กฎหมายสิทธิมนุษยชนน่ารู้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568
ชื่อกฎหมาย

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568

พระราชบัญญัติ

วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
29 ธันวาคม 2568
วันที่มีผลบังคับใช้
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ประชาชนทั่วไป กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
สาระสำคัญ

          1) พระราชบัญญัติฉบับนี้ตราขึ้นเพื่อให้การคุ้มครองผู้เสียหายจากการกระทำความผิดทางเพศมีความเหมาะสมกับสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งพบว่าการกระทำความผิดทางเพศเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบและส่งผลกระทบต่อบุคคลทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ
          2) แก้ไขเพิ่มเติมนิยามคำว่า “กระทำชำเรา” ให้สอดคล้องกับลักษณะการกระทำความผิดในปัจจุบัน
          3) กำหนดนิยาม “การคุกคามทางเพศ” ให้ครอบคลุมการกระทำทางกาย วาจา การส่งเสียง ท่าทาง การติดตามเฝ้าดู และการสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยการกระทำดังกล่าวต้องมีลักษณะที่น่าจะหรืออาจทำให้ผู้เสียหายเกิดความเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยทางเพศ
          4) ยกระดับการคุกคามทางเพศจากความผิดลหุโทษเป็น “ความผิดทางอาญา” และขยายขอบเขตการคุ้มครองให้ครอบคลุมการคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งในชีวิตประจำวันและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
          5) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความผิดอันยอมความได้ให้เหมาะสมกับลักษณะของความผิด
          6) กำหนดบทลงโทษสำหรับการคุกคามทางเพศตามลักษณะการกระทำและพฤติการณ์แห่งคดี

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง:

          1) สิทธิในความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย โดยคุ้มครองบุคคลจากการคุกคามทางเพศทั้งในพื้นที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน สถานศึกษา และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

          2) สิทธิในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยยอมรับว่าการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกาย วาจา ท่าทาง หรือการสื่อสารผ่านเทคโนโลยี ล้วนส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรี ความรู้สึกปลอดภัย และสิทธิของผู้เสียหาย  

          3) หลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ โดยขยายการคุ้มครองให้ครอบคลุมบุคคลทุกเพศ รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ  

          4) การคุ้มครองเด็กและกลุ่มเปราะบาง โดยกำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในกรณีผู้เสียหายเป็นเด็ก หรือผู้กระทำใช้อำนาจหรือความสัมพันธ์เชิงบังคับเหนือผู้เสียหาย  

 
เลื่อนขึ้นด้านบน