กฎหมายสิทธิมนุษยชนน่ารู้
พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงาน ของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569
ชื่อกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569

พระราชบัญญัติ

วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
29 มิถุนายน 2569
วันที่มีผลบังคับใช้
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
หน่วยงานของรัฐ (ผู้ครอบครองข้อมูล) หน่วยงานของรัฐ (ผู้ร้องขอข้อมูล) คณะกรรมการผู้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรักษาความลับของข้อมูล
สาระสำคัญ

          1) กฎหมายฉบับนี้ตราขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเก็บข้อมูลของภาครัฐที่แยกส่วนกัน ส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกัน ลดการจัดเก็บข้อมูลซ้ำซ้อน และการขอเอกสารจากประชาชนหลายครั้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล การกำหนดมาตรการของรัฐ การจัดสวัสดิการ และการให้บริการประชาชนได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย ปรับปรุงระบบราชการให้มีความทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          2) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ “เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” ที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนให้แก่หน่วยงานของรัฐอื่นที่ร้องขอ

          3) กำหนดให้การรับส่งและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเป็นไปตามมาตรฐาน โดยการเปิดเผย รับส่ง และเก็บรักษาข้อมูลต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

 

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง:

          1) สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดให้การเปิดเผย การรับส่ง และการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

          2) สิทธิในการเข้าถึงบริการของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐสามารถเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลร่วมกัน ลดการเรียกเอกสารหรือข้อมูลจากประชาชนซ้ำซ้อน อำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการ และยกระดับคุณภาพการให้บริการภาครัฐ

          3) หลักธรรมาภิบาลและการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐให้เป็นระบบ มีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อการกำหนดนโยบาย การจัดสวัสดิการ และการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

          4) หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วนในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล การเชื่อมโยงและเปิดเผยข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์สาธารณะกับการคุ้มครองสิทธิ
ในข้อมูลส่วนบุคคล

เลื่อนขึ้นด้านบน