บทบาทของ กสม. เกี่ยวกับการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน
บทบาทของ กสม. เกี่ยวกับการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน

              คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ดำเนินงานการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน เพื่อส่งเสริมมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกลิดรอนเสรีภาพ โดยยึดหลักการตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT) และพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Optional Protocol to the Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: OPCAT) ที่มุ่ง “ป้องกัน” มากกว่าการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เพื่อชี้ความผิดหรือกล่าวโทษ ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันมุ่งเน้นการหารือเชิงสร้างสรรค์ (constructive dialogue) และการหารือแบบกัลยาณมิตร เพื่อให้เกิดการปรับปรุงเชิงระบบในระดับกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

 

วัตถุประสงค์

  • เพื่อป้องกันการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี
  • เพื่อเสริมมาตรการเชิงป้องกัน (safeguards) ในทุกช่วงของการควบคุมตัว ตั้งแต่การจับกุม การคุมขัง การเข้าถึงทนาย การแจ้งสิทธิ การดูแลสุขภาพ และช่องทางการร้องเรียนที่ปลอดภัย
  • เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานสถานที่ควบคุมตัวให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศ
  • เพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 

หลักการทำงาน

  • อิสระและเป็นกลาง ปฏิบัติงานโดยไม่ถูกแทรกแซง
  • กัลยาณมิตรและไม่เป็นปฏิปักษ์ เน้นการมีคำแนะนำเชิงสร้างสรรค์มากกว่าการกล่าวโทษ
  • คุ้มครองผู้ให้ข้อมูล เก็บรักษาความลับและไม่ก่อให้เกิดอันตราย (do no harm)
  • อิงหลักฐาน ใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งแบบสามเส้า อาทิ เอกสาร พื้นที่จริง ผู้เกี่ยวข้อง
  • คำนึงถึงเพศ วัฒนธรรม และกลุ่มเปราะบาง โดยวางมาตรการดำเนินงานที่เหมาะสมกับแต่ละบริบท

 

ขอบเขตสถานที่ที่เกี่ยวข้อง

              การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันครอบคลุมสถานที่ที่มีการลิดรอนเสรีภาพหรือควบคุมตัวบุคคลภายใต้การดูแลของรัฐ เช่น สถานีตำรวจและห้องควบคุมตัว เรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนหน่วยทหารที่มีการควบคุมตัวบุคคล ห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สถานพยาบาลยาเสพติดและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัว ศูนย์ฟื้นฟูทางสังคม และสถานที่อื่นที่มีลักษณะการจำกัดเสรีภาพของบุคคลตามกฎหมาย 

 

กระบวนการดำเนินงาน

  • เตรียมการ ศึกษากรอบกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศ ทบทวนข้อมูลของพื้นที่ กำหนดประเด็นเสี่ยงและเครื่องมือการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน
  • ลงพื้นที่ สำรวจสภาพแวดล้อม เยี่ยมห้องควบคุมตัว สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องตามความสมัครใจและความปลอดภัย ตรวจเอกสารต่าง ๆ และบันทึกทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องตามสมควร
  • วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะ ระบุประเด็นที่ควรปรับปรุงทั้งด้านโครงสร้าง ขั้นตอนการปฏิบัติ และการปฏิบัติงานจริง พร้อมข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติที่สามารถทำได้จริง
  • ติดตามผลและหารือเชิงสร้างสรรค์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความก้าวหน้า และเผยแพร่ รายงานสรุปผลเชิงนโยบาย และ/หรือรายงานเฉพาะเรื่อง ตามความเหมาะสม โดยเคารพหลักความลับของข้อมูลส่วนบุคคล

 

ความเชื่อมโยงกับมาตรฐาน OPCAT

              แม้ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี OPCAT อย่างเป็นทางการ กสม. ได้พัฒนากระบวนงานและเครื่องมือในแนวทางเดียวกับกลไกป้องกันการทรมานระดับชาติ (National Preventive Mechanism: NPM) และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ภาควิชาการ และภาคีระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานการตรวจเยี่ยมเพื่อป้องกันการทรมานและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ควบคุมตัว

 

ผลลัพธ์ที่มุ่งหวัง

  • การเสริมสร้างมาตรการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการควบคุมตัวให้ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง
  • การลดความเสี่ยงของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม
  • การพัฒนาคุณภาพการดูแล การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การบันทึกข้อมูล และช่องทางการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ
  • การปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชน
  • การเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบยุติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดิน

 

ภารกิจนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ กสม. ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานของ CAT และ OPCAT

เลื่อนขึ้นด้านบน