สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน จัดกิจกรรม กสม. อีสานสัญจร ใน 3 พื้นที่ของจังหวัดเลยและอุดรธานี เพื่อสร้างเครือข่ายคุ้มครองสิทธิที่ดินทำกินและหนุนการมีส่วนร่วมในพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติ

04/06/2569 1

          เมื่อวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จัดกิจกรรมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ กสม. อีสานสัญจร ในหัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ” ซึ่งดำเนินการภายใต้โครงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างสรรค์วัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแกนนำเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนในประเด็นสิทธิที่ดินทำกิน พร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะการทำงานด้านสิทธิชุมชนและการจัดการฐานทรัพยากรที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยการดำเนินงานครั้งนี้ครอบคลุม 3 พื้นที่สำคัญในจังหวัดเลยและจังหวัดอุดรธานี ดังนี้

          เวทีที่ 1 (วันที่ 25 - 26 พฤษภาคม 2569) ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านคอนสา ตำบลเชียงกลม อำเภอปากชม จังหวัดเลย ผู้เข้าร่วมได้แก่ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชุมชน จากหมู่บ้านคอนสา และหมู่บ้านสาธร จำนวน 50 คน โดยในเวทีได้มุ่งเน้นการให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน พร้อมกิจกรรมอภิปรายสถานการณ์การประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาตินายูง – น้ำโสม (เตรียมการ) และการลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติสำรวจแปลงที่ดินพิพาทเพื่อจัดทำฐานข้อมูลและแผนที่ชุมชน โดยมีผู้นำชุมชน ตัวแทนชาวบ้าน หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินายูงน้ำโสม (เตรียมการ) ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวทางการมีส่วนร่วม ซึ่งหลังการจัดเวทีผู้เข้าอบรมได้ร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายการทำงานเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินทำกินในพื้นที่ โดยมีการกำหนดบทบาทและผู้ประสานงาน พร้อมสร้างกรอบแนวทางการทำงานร่วมกันในชุมชนต่อไป 

          เวทีที่ 2 (วันที่ 27 - 28 พฤษภาคม 2569) ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำโสม บ้านนาเมืองไทย อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ผู้เข้าร่วมได้แก่ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชุมชน จากหมู่บ้านนาเมืองไทย ทั้ง 3 หมู่ จำนวน 50 คน ซึ่งในเวทีดังกล่าว โดยมีนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมเป็นวิทยากรหลักเพื่อให้ความรู้ในหัวข้อ “ความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน” และร่วมอภิปรายถึงสถานการณ์ปัจจุบันในการประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติและกฎหมายที่ดินในเขตป่าที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังได้มีการลงพื้นที่สำรวจแนวเขตพิพาทร่วมกับตัวแทนชุมชนเพื่อเก็บข้อมูลสภาพพื้นที่ที่เป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังได้เชิญหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความเข้าใจด้านข้อมูลการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติ และในเวทียังได้มีการจัดตั้งเครือข่ายกลุ่มร่วมใจนาเมืองไทยเพื่อวางแผนการเดินสำรวจแนวเขตร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานและผู้นำชุมชน พร้อมการเตรียมจัดทำฐานข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาตามหลักการสิทธิชุมชนและการสร้างการมีส่วนร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืนต่อไป

          เวทีที่ 3 (วันที่ 29 พฤษภาคม 2569) ที่ทำการอุทยานแห่งชาตินายูง – น้ำโสม (เตรียมการ) อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ผู้เข้าร่วมได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อุทยาน ฯ จำนวน 50 คน ซึ่งที่ปรึกษาประจำ กสม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดกระบวนการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ให้ทราบถึงความสำคัญและความจำเป็นของการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการสิทธิมนุษยชน และได้ร่วมกันถอดบทเรียนประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับงานอุทยาน พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาและข้อจำกัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ในช่วงท้ายได้มีการจัดทำกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันระดมหาจุดเสี่ยงและวิเคราะห์แนวทางแก้ปัญหาในหน้างานที่สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชนและมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยรอบพื้นที่ และเป็นกรอบคิดและข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่และชุมชนสามารถวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันในเขตพื้นที่อนุรักษ์เพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั้งผู้ปฏิบัติงานและชาวบ้าน ซึ่งสำนักงาน กสม. จะได้นำข้อคิดเห็นและข้อมูลที่ได้ในเวที ไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำงานเพื่อขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ในเชิงนโยบายต่อไป

          ทั้งนี้ นอกจากการเกิดเครือข่ายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ อันจะทำให้เกิดการขยายผลความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนไปสู่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กิจกรรมทั้ง 3 เวที ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนความขัดแย้งด้านที่ดินให้เป็นการทำงานเชิงบวกร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน ซึ่งสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้มีส่วนร่วมในการติดตามและสนับสนุนการทำงานของทุกฝ่ายเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างยั่งยืนตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากลต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน