กสม. สุภัทรา ประชุมหารือแนวทางการคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม

27/10/2569 21

          วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ประชุมหารือกับผู้แทนสหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์มประเทศไทย ผู้แทนสหภาพแรงงานไรเดอร์ และกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม ณ ห้องประชุม 606 สำนักงาน กสม.

          ตามที่สหพันธ์ฯ มีหนังสือขอเข้าพบเพื่อหารือแนวทางคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม ต่อเนื่องจากมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 ที่เห็นว่าการที่ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลว่าจ้างไรเดอร์โดยไม่ถือเป็นลูกจ้าง ทั้งที่ลักษณะการทำงานเข้าข่ายสัญญาจ้างแรงงาน ทำให้ไรเดอร์ไม่ได้รับสิทธิและสวัสดิการด้านแรงงาน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้แทนสหพันธ์ฯ และกลุ่มไรเดอร์สะท้อนว่าไรเดอร์ต้องเผชิญความเสี่ยงสูงจากการทำงาน โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้หลายรายเสียชีวิตและพิการ แต่ยังไม่ได้รับการรับรองสถานะและความคุ้มครองตามกฎหมาย รวมถึงเข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน จึงขอให้ กสม. ติดตามและเร่งรัดให้กระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงโดยเร็ว

ในการประชุมดังกล่าว กสม. ได้ให้ข้อมูลและแนวทางสนับสนุน สรุปได้ดังนี้

          1. ติดตามการแก้ไขกฎหมาย กสม. จะใช้กลไกการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกฎหมายต่อกระทรวงแรงงานและรัฐบาล โดยมีการศึกษากฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มของต่างประเทศเพื่อเป็นแนวทางสำหรับประเทศไทย

          2. ขับเคลื่อนผ่านสมัชชาคุ้มครองสิทธิแรงงาน สมัชชาคุ้มครองสิทธิแรงงาน ปี 2570 จะมีประเด็นแรงงานแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 193 ซึ่งจะจัดการประชุมใน 4 ภูมิภาค เพื่อนำไปสู่ข้อมติสมัชชาเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

          3. เสนอให้กระทรวงแรงงานทบทวนการตีความกฎหมาย ปัจจุบันยังใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงงานแพลตฟอร์ม กสม. เห็นว่าอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 193 เป็นโอกาสสำคัญในการนำมาอ้างอิงเพื่อผลักดันให้มีการออกกฎกระทรวงหรือกฎหมายที่คุ้มครองคนทำงานอย่างทั่วถึง รวมถึงผู้ที่ทำงานกับนายจ้างมากกว่าหนึ่งราย

          4. ช่องทางร้องเรียนและการช่วยเหลือรายกรณี ไรเดอร์สามารถร้องเรียนต่อ กสม. เพื่อพิจารณาว่าอยู่ในหน้าที่และอำนาจหรือไม่ หากเป็นปัญหาเชิงนโยบายหรือเชิงโครงสร้าง จะจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง แนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความหรือศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน

          5. การรวมตัวและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง กสม. เห็นว่าการรวมตัวกันเป็นกลุ่มจะช่วยให้ข้อเรียกร้องมีน้ำหนักมากขึ้น และแนะนำให้ขอเข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานโดยตรง

          ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอจากการประชุมจะนำไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกฎหมายของ กสม. ต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน