กสม. ศยามล ลงพื้นที่หัวหิน รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายกรณีชาวบ้านถูกสั่งรื้อถอนอาคาร ย้ายออกจากที่ดินที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์มานาน

26/10/2569 21

          เมื่อวันที่ 21 – 22 ตุลาคม 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย กรณีประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหินร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร ย้ายออกจากที่ดินที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์มานาน โดยมีกำหนดการดังนี้

          วันที่ 21 ตุลาคม 2569 กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะ ตรวจพื้นที่ถนนนเรศดำริห์ตั้งแต่ฝั่งสะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม และรับฟังความเป็นมาของชุมชนจากกลุ่มผู้ร้องเรียน

          วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ช่วงเช้า ประชุมรับฟังข้อเท็จจริงจากเทศบาลนครหัวหินและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้าร่วม ในการนี้นางสาวศยามล ชี้แจงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และเหตุผลของการลงพื้นที่ ภายหลังการประชุมได้ข้อสรุปว่า กสม. ไม่สามารถตรวจสอบซ้ำในเรื่องสิทธิครอบครองที่ดินของรัฐและคำสั่งรื้อถอนที่ศาลวินิจฉัยแล้ว เพราะต้องเคารพตามหลักการแบ่งอำนาจระหว่างองค์กรอิสระกับศาล ซึ่งผู้ร้องบางส่วนได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม กสม. ยังสามารถตรวจสอบว่าหน่วยงานรัฐปฏิบัติตามขั้นตอนหลังศาลมีคำสั่งอย่างเหมาะสมหรือไม่ในกระบวนการรื้อถอนและการเยียวยานั้น รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ กสม. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพื้นที่หลังการรื้อถอน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชายหาดอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงควรให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสมควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นการสื่อสารและเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วม เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน

          ช่วงบ่าย กสม. เชิญผู้ร้องเรียน 19 ราย ประชุมร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อัยการ และเทศบาลนครหัวหิน เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสะท้อนปัญหาและข้อกังวล โดยผู้ร้องเรียนทั้ง 19 ราย ประสงค์จะฟ้องศาลเพื่อพิสูจน์สิทธิครอบครองที่ดินที่อยู่อาศัย พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่ประชุมจึงมีแนวทางให้ผู้ร้องเรียนแจ้งเทศบาลภายในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ว่าจะให้เทศบาลรื้อถอนอาคารให้ หรือจะรื้อถอนเอง ซึ่งเทศบาลไม่ขัดข้องตามแนวทางที่ กสม. เสนอ แต่ขอให้ผู้ร้องเรียนลงลายมือชื่อรับทราบข้อตกลง ผู้ร้องเรียนไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ นายกเทศมนตรีนครหัวหินจึงยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดอย่างเคร่งครัด

          ทั้งนี้ กสม. จะนำข้อมูลจากเทศบาลนครหัวหินและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ไปประกอบการตรวจสอบ และพิจารณาว่ากระบวนการดำเนินงานมีมาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยเน้นให้หน่วยงานรัฐปรึกษาหารือกับผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนตามกฎหมายและแนวทางเยียวยาที่เกี่ยวข้องต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน