กสม. สุภัทรา ร่วมการเสวนา เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง: รากฐานสำคัญสู่อาเซียนที่ครอบคลุมและยั่งยืน

19/10/2569 56

          เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30 น. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรมของเศรษฐกิจไทย” ในการเสวนา เรื่อง เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง: รากฐานสำคัญสู่อาเซียนที่ครอบคลุมและยั่งยืน (Trade Union Panel Discussion on Freedom of Association and Collective Bargaining: Building Blocks for Sustainable and Inclusive ASEAN) ณ ห้องประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ อาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

          การเสวนาดังกล่าว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเน้นย้ำว่า เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรองเป็นสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและยั่งยืน รวมทั้งได้กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการเสนอแนะต่อรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง โดยประธาน กสม. ได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีในปี 2567 และ ปี 2569 เสนอให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ILO ทั้งสองฉบับ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายภายในให้สอดคล้องโดยสมบูรณ์ก่อน และให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองคนทำงานทุกกลุ่ม

          นอกจากนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังได้ให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญในการส่งเสริมสิทธิการรวมตัวและการเจรจาต่อรองของคนทำงาน ดังนี้ 1) รัฐบาลควรกำหนดกรอบเวลาและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนสำหรับการพิจารณาให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับ พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าต่อสาธารณะและเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม 2) การปรับปรุงกฎหมายแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม คุ้มครองสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง 3) การจัดทำมาตรการรองรับผลกระทบจากเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรูปแบบและวิธีการการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้คนทำงานมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นธรรม และ 4) เชื่อมโยงการเตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) กับการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม

          ในการนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้แทนองค์การแรงงานระหว่างประเทศและผู้แทนองค์กรสหภาพแรงงานระหว่างประเทศ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และไทย ในการอภิปรายหัวข้อ "เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง : รากฐานสำคัญสู่อาเซียนที่ครอบคลุมและยั่งยืน" โดยได้กล่าวถึงบทบาทของ กสม. ในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิคนทำงาน อาทิ การติดตามการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อเสนอแนะของ กสม. การเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนผ่านการจัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี การส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะสิทธิแรงงานกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนผ่านการตรวจสอบกรณีการร้องเรียนและให้ข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้สอดคล้องตามหลักและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

          ที่ประชุมได้เน้นย้ำ 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

          1) สิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองเป็นสิทธิพื้นฐานของคนทำงานทุกคน และเป็นรากฐานในการส่งเสริมความเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและยั่งยืน

          2) การให้สัตยาบันต่ออนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการรับรองสิทธิของคนทำงาน แต่สิทธิจะเกิดขึ้นได้ตามที่รัฐได้รับรองไว้ ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งทางกฎหมาย นโยบาย และทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

          3) การนำมิติสิทธิมนุษยชนเข้ามาพิจารณาควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันมิติสิทธิมนุษยชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาข้อตกลงทางเศรษฐกิจ เช่น การเจรจาเขตการค้าเสรี หรือการเข้าร่วมเป็นสมาชิก เช่น การเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ซึ่งเป็นปัจจัยผลักในประเทศต่าง ๆ ต้องเร่งยกระดับสิทธิของคนทำงาน

          4) การสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งสหภาพแรงงาน สถาบันสิทธิมนุษยชน องค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจเอกชน และภาครัฐ โดยเชื่อมโยงมุมมองทางสิทธิมนุษยชนกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จะส่งเสริมให้สิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรองเป็นจริงได้

เลื่อนขึ้นด้านบน