กสม. สุชาติ เข้าร่วม Samarkand Human Rights Forum ครั้งที่ 5 ชูบทบาทสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนกับนานาชาติ ณ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน

09/10/2569 82

          เมื่อวันที่ 26 – 29 กันยายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เข้าร่วม Samarkand Human Rights Forum ครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ "60 ปีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และ 40 ปีของปฏิญญาว่าด้วยสิทธิในการพัฒนา: หุ้นส่วนระดับโลกเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และการพัฒนาที่ยั่งยืน" (60 Years of the International Covenants on Human Rights and 40 Years of the Declaration on the Right to Development: Global Partnership for Human Dignity, Equality and Sustainable Development) ณ กรุงทาชเคนต์และเมืองซามาร์คันด์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน

          Samarkand Human Rights Forum เป็นเวทีหารือระดับนานาชาติด้านสิทธิมนุษยชนที่จัดขึ้นทุก 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2561 โดยมีพัฒนาการของประเด็นการประชุมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสิทธิเยาวชน การศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน ภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ตลอดจนประเด็นสิทธิมนุษยชนร่วมสมัย สำหรับการประชุมครั้งที่ 5 นี้ จัดโดยศูนย์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (National Center for Human Rights of the Republic of Uzbekistan) ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอุซเบกิสถาน สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือใน ยุโรป (OSCE) และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) โดยมีผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สถาบันวิชาการ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมกว่า 200 คน ณ สถานที่ประชุมและรูปแบบออนไลน์ เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นที่หลากหลาย อาทิ สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม สิทธิเด็ก สตรี และคนพิการ สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีและความยุติธรรมด้านภูมิอากาศ ปัญญาประดิษฐ์กับเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการป้องกัน ภาวะไร้สัญชาติ โดย Mr. António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ Mr. Volker Türk ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ และนาย Akmal Saidov ผู้อำนวยการศูนย์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ได้ร่วมกล่าวเปิดการประชุมดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

          ในช่วงเช้าของวันที่ 28 กันยายน 2569 กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อ "From International Commitments to Effective Implementation: the Role of National Human Rights Implementation Mechanism" โดยกล่าวถึงบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (NHRIs) ในฐานะ "สะพานเชื่อม" ระหว่างพันธกรณี ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนกับการปฏิบัติจริงภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้กลไก การรายงานและติดตามผลระดับชาติ (National Mechanisms for Reporting and Follow-up: NMIRFs) ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ข้อเสนอแนะจาก กลไกระหว่างประเทศนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ที่เป็นรูปธรรม

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้นำเสนอบทบาทการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในกระบวนการ NMIRFs ใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานประเทศ ต่อกลไกระหว่างประเทศ ทั้งรายงาน UPR และรายงานตาม อนุสัญญาต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน รอบด้าน และสะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศ และการติดตาม ผลข้อเสนอแนะจากกลไกระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความรับผิดชอบ (accountability) แก่ภาครัฐและกระตุ้น ให้เกิดการดำเนินการอย่างจริงจัง โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ ได้ชี้ถึงข้อท้าทายสำคัญของกลไก NMIRFs ได้แก่ ข้อจำกัดด้านระยะเวลาและการเข้าถึงร่างรายงานประเทศสำหรับ NHRIs ตลอดจนช่องว่างระหว่างพันธกรณีระหว่างประเทศกับการปฏิบัติจริงภายในประเทศ อันเนื่องจากปัญหาการประสานงานข้ามหน่วยงานและการขาดฐานข้อมูลกลางระดับชาติที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมเสนอแนะให้ภาครัฐจัดส่งร่างรายงานล่วงหน้าเพื่อให้ NHRIs มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ จัดตั้งกลไกประสานงานกลางและพัฒนาฐานข้อมูลระดับชาติเพื่อติดตามสถานะการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะจากทุกกลไกสหประชาชาติ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีระหว่าง NHRIs ในภูมิภาค

          ช่วงบ่าย นางสาวภาสุรีย์ ดวงประทีป นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ สำนักงาน กสม. เป็นวิทยากรในหัวข้อ "60th Anniversary of the International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights and 40 Years of the Declaration on the Right to Development: Advancing Sustainable Development through Human Rights" โดยนำเสนอผลการประเมินสถานการณ์ สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของไทยจากรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2568 ครอบคลุม 5 ประเด็น ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ การทำงาน การประกันสังคม และสิทธิผู้สูงอายุ และการลดความยากจนด้วยดัชนีความยากจน หลายมิติ (MPI) พร้อมย้ำว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชนและแก้ไขช่องว่างเชิงโครงสร้าง

          ในวันที่ 29 กันยายน 2569 ณ Registan Square เมืองซามาร์คันด์ Mr. Akmal Saidov ผู้อำนวยการศูนย์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ได้นำเสนอร่างเอกสารผลลัพธ์ "Samarkand Vision 2040: Global Partnership for Human Dignity, Equality and Sustainable Development" ต่อที่ประชุม และที่ประชุมได้ให้การรับรองเอกสารดังกล่าว ซึ่งกำหนดทิศทางและลำดับความสำคัญระยะยาว สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค การเสริมสร้างระบบ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนสากล และการพัฒนาที่ยั่งยืน

          ในห้วงการประชุมดังกล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ ยังได้พบหารือกับ Mr. Mirzatillo Tillabaev รองผู้อำนวยการคนที่หนึ่งของศูนย์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ณ กรุงทาชเคนท์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฝ่ายอุซเบกิสถานได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจของศูนย์ฯ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2539 มีบทบาทในการติดตามการปฏิบัติตามพันธกรณีตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน การตรวจเยี่ยมสถานควบคุมตัว การประสานความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนการรับเรื่องร้องเรียนและจัดทำข้อเสนอเพื่อปรับปรุงกฎหมายและนโยบายของประเทศ ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างและบทบาทของ กสม. ไทย รวมถึงการดำเนินงานด้านการรับเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบและจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันในอนาคต

          การเข้าร่วมการประชุม Samarkand Human Rights Forum ครั้งที่ 5 นี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของ กสม. ไทยในการนำเสนอบทบาทและผลงานของ กสม. บนเวทีระหว่างประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ สถาบันสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียกลาง และร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลก

เลื่อนขึ้นด้านบน