ประธาน กสม. หารือผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยประเด็นชนกลุ่มน้อย แลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อคุ้มครองสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์

28/09/2569 64

               เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ประธาน กสม.) พรประไพ กาญจนรินทร์  พร้อมด้วยที่ปรึกษาประจำ กสม. รัตติกุล จันทร์สุริยา และเลขาธิการ กสม. หรรษา หอมหวล ให้การต้อนรับและร่วมหารือกับ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยประเด็นชนกลุ่มน้อย (UN Special Rapporteur on Minority Issues) Professor Nicolas Levrat และผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ตลอดจนบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (NHRIs) และกรอบความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของชนกลุ่มน้อย

               ผู้รายงานพิเศษฯ ได้กล่าวชื่นชมพัฒนาการของประเทศไทยในการส่งเสริมสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เพื่อให้การรับรองสิทธิเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ

               ประธาน กสม. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดในหลายด้าน อาทิ สิทธิในที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ การเข้าถึงการศึกษาและบริการขั้นพื้นฐาน ปัญหาด้านเอกสารแสดงตนและสถานะบุคคล ตลอดจนการเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต โดยยกกรณีชุมชนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับผลกระทบจากการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ในที่ดินและทรัพยากรของภาคเอกชน เป็นตัวอย่างของความท้าทายในการคุ้มครองวิถีชีวิตและการเข้าถึงสิทธิของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์

               ประธาน กสม. แลกเปลี่ยนเพิ่มเติมถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งการจัดทำรายงานคู่ขนานตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (CERD) การรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม รวมถึงการดำเนินโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน (Human Rights Clinic) เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงสิทธิและบริการของรัฐได้มากขึ้น

               สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ผู้รายงานพิเศษฯ ได้สอบถามถึงบทบาทของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคในการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิของชนกลุ่มน้อย โดยประธาน กสม. ให้ข้อมูลว่า กสม. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ผ่านกรอบและเวทีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) เครือข่ายสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEANF) และกรอบความร่วมมือเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (APF)

               อย่างไรก็ดี ความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ เนื่องจากประเด็นชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์มีความละเอียดอ่อนและเชื่อมโยงกับบริบททางการเมือง ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการภายในของแต่ละประเทศ จึงทำให้การพัฒนาไปสู่ความร่วมมือเชิงปฏิบัติในระดับภูมิภาคยังมีข้อจำกัด ผู้รายงานพิเศษฯ เห็นว่า การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง NHRIs และกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคอาจเป็นช่องทางสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติและสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสิทธิของชนกลุ่มน้อยในภูมิภาค พร้อมทั้งเห็นว่าพัฒนาการของประเทศไทย โดยเฉพาะการมีกฎหมายรับรองและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ อาจเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (best practice) สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศอื่นในภูมิภาคต่อไป

               การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่าง กสม. กับกลไกพิเศษ (Special Procedures) ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ตลอดจนแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยข้อมูลจากการหารือจะเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาประเด็นเฉพาะของผู้รายงานพิเศษฯ ซึ่งมีกำหนดนำเสนอรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในเดือนมีนาคม 2570

เลื่อนขึ้นด้านบน