กสม. ศยามล ร่วมรายการสนามเป้าบรรเทาทุกข์ ประเด็น “ชาวบ้านร้อง...ยุบธนาคารที่ดินหวั่นกระทบที่ทำกิน”

25/09/2569 108

               เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บันทึกเทปรายการสนามเป้าบรรเทาทุกข์ ประเด็น “ชาวบ้านร้อง...ยุบธนาคารที่ดินหวั่นกระทบที่ทำกิน” ร่วมกับชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการกับสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) และ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมรายการทางโทรศัพท์ ดำเนินรายการโดย นางสาวอรอุมา เกษตรพืชผล ทางสถานีสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5

               นางมะลิอร คงแก่นท้าว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานบ้านท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ร่วมกับ บจธ. จัดหาที่ดินเอกชนแปลงรวม 120 ไร่ เป็นเงิน 48 ล้านบาท เพื่อให้ บจธ. เป็นผู้เจรจาต่อรองราคาซื้อขายที่เป็นธรรมกับสมาชิก โดย บจธ.เป็นผู้จัดซื้อแล้วนำมาจัดสรรให้สมาชิกกลุ่มเช่าซื้อที่ดินต่อจาก บจธ. ตามพื้นที่ที่สมาชิกต้องการ ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งสมาชิกได้ลงนามสัญญาเช่าซื้อกับ บจธ. เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 นอกจากนี้ บจธ.ยังจัดสรรงบสินเชื่อพัฒนาที่ดิน เพื่อใช้ดำเนินการจัดผังแบ่งแปลงที่ดิน ทำถนนและสาธารณูปโภคเข้าสู่ที่ดินแต่ละแปลง แต่ปัจจุบันนี้งบสินเชื่อพัฒนาที่ดินถูกตัดไปเนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณายุบ บจธ. ทำให้การพัฒนาที่ดินหยุดชะงักกระทบต่อการทำเกษตรกรรมของสมาชิก และไม่ได้รับคำอธิบายจากรัฐว่าหน่วยงานใดจะมาดูแลโครงการต่อไป

               นางมณีพรรณ โคตรบุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาบ้านมั่นคงเมืองแม่สอด จังหวัดตาก กล่าวว่า ชาวบ้านสมาชิกวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการกับ บจธ.ทั่วทุกภูมิภาค กังวลว่าหน่วยงานใหม่ที่มาดูแลโครงการจะยังคงอัตราดอกเบี้ยคงที่หรือไม่ ทั้งนี้ ได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานรัฐแต่เรื่องหายเงียบ จนถึงปัจจุบันนี้ไม่เคยได้รับคำอธิบายจากหน่วยงานใดของรัฐเลย

               นายเรืองศิลป์ วงศ์บุญทิวา ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาโต้แย้งการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐ ไม่เกี่ยงงอนว่าหน่วยงานรัฐหน่วยใดจะมาดูแลโครงการต่อจาก บจธ. แต่ไม่เคยได้รับความชัดเจนใด ๆ จากภาครัฐว่าหน่วยงานใดจะมาดูแลชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการกับ บจธ. จึงกังวลอย่างยิ่งว่าภายหลังเดือนกันยายน 2569 จากนี้ไปการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อที่ดินจะให้ผ่อนที่ใด และการผ่อนชำระนี้จะไว้วางใจว่าจะได้รับโฉนดแน่นอนหรือไม่

               นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการ ฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นนี้ พบว่าหน่วยงานรัฐยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจน และภารกิจหลักของ บจธ.ยังไม่มีหน่วยงานรัฐใดดำเนินการ จึงควรคำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนเป็นสำคัญก่อน เห็นควรเลื่อนการยุบ บจธ. ออกไปก่อน

               นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ข้อมูลจากบริษัทประเมินองค์กร บจธ. พบว่างบประมาณทุก ๆ 1 บาทที่ลงทุนในโครงการของ บจธ. สามารถสร้างมูลค่าคืนกลับสู่เศรษฐกิจและสังคมได้ถึง 2.57 บาท และสำนักงบประมาณเห็นว่า การดำเนินงานของ บจธ. มีความคุ้มค่าเชิงนโยบายเนื่องจากสามารถจัดซื้อที่ดินได้ในราคาต่ำกว่าราคาประเมิน ช่วยให้ครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 16,000 บาทต่อเดือน อีกทั้งภารกิจของ บจธ. ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นโดยตรง แต่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณยังอยู่ในระดับต่ำและข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานบางประการ และ

               นอกจากนี้ยังเห็นว่า บจธ.มีภารกิจเฉพาะในการลดความเหลื่อมล้ำโดยกระจายการถือครองที่ดินจากเอกชนที่ไม่ทำประโยชน์ในที่ดินมาให้แก่เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นอย่างเหมาสม โดยสนับสนุนทางการเงินให้เกษตรกรมีศักยภาพในการถือครองที่ดิน เป็นผู้ประสานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนเพื่อให้เกษตรกรและผู้ยากจนได้ใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างทั่วถึง และสนับสนุนให้ชุมชนมีการบริหารจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยร่วมกัน ซึ่งเป็นภารกิจที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น การกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานของ บจธ. 5 ปี และให้ขยายเวลาได้ครั้งละ 1 ปี จึงไม่เหมาะสมกับบริบทของภารกิจแก้ไขปัญหาที่ดินของประเทศซึ่งต้องใช้เวลาระยะยาว และไม่จูงใจให้บุคคลผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทางธุรกิจ การเงินการธนาคาร การจัดสรรทรัพยากรที่ดิน และการบริการสังคม มาร่วมงานกับ บจธ.

               ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีข้อเสนอต่อรัฐบาลให้พิจารณาแก้ไขพระราชกฤษฎีการจัดตั้ง บจธ. โดยยกเลิกบทบัญญัติที่กำหนดระยะเวลายุบเลิก บจธ. พร้อมทั้งทบทวนและปรับปรุงรูปแบบและภารกิจของ บจธ. มุ่งให้เป็นกลไกของรัฐเชิงธุรกิจควบคู่ไปกับการบริการสังคมด้านการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายการถือครองที่ดิน โดยสอดคล้องกับสิทธิในมาตรฐานการครองชีพและสิทธิในที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาและคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรผู้ยากจนอย่างครบวงจร จากนี้ไป กสม.ยังติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับภารกิจของ บจธ.

 

เลื่อนขึ้นด้านบน