กสม. สุภัทรา ประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดรับฟังข้อมูลรอบด้านเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

24/09/2569 101

            เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. นางสาวทิพย์ธีรา รัมมณีย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เข้าร่วมการประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน (ครั้งที่ 3) โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐในกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ทั้งด้านการป้องกันและปราบปราม การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น ณ ห้องประชุม 704 สำนักงาน กสม.  และผ่านระบบออนไลน์

            การประชุมครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายอุดมชัย โลหณุต ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) นางสาวลัดดาวัลย์ แก้วประเสริฐ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม นายอุดมศักดิ์ โหมดม่วง อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 11 สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด และนายพิทยา จินาวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และที่ปรึกษาประจำ กสม.

            นอกจากนี้ มีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่ นายไกรฤทธิ์ กอแสงเรือง ผู้แทนศาลอุทธรณ์ นางสาวขนิษฐา โชติจันทร์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ เภสัชกรหญิงวรรณรัตน์ ชวะเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (สคส.) นางเกศรา สุขทรัพย์สิน สำนักอนามัย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ดร. ภูวิชชชญา เหลืองธีรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม ผู้แทนสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.อ. สมเกียรติ จักรชุม ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยตำรวจเอกภัคพล ยุติธรรมดำรง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการข่าวกรองยาเสพติด กองคดียาเสพติด ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายสุขิต อนันติโย ผู้แทนสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์

            ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดภายหลังการประกาศใช้ ตลอดจนประเด็นที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมาย โดยเฉพาะการดำเนินการเกี่ยวกับการขอกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งมีผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายดังกล่าว

            นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับ ซึ่งสะท้อนประเด็นและข้อสังเกตจากผู้ร้องเกี่ยวกับกระบวนการขอกำหนดโทษใหม่ อาทิ ผลของการอุทธรณ์ของพนักงานอัยการต่อการดำเนินการเกี่ยวกับโทษ ปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ ตลอดจนกรณีการจัดชั้นผู้ต้องขังและการเปลี่ยนแปลงสถานะในระหว่างกระบวนการพิจารณา ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวจะได้นำไปประกอบการพิจารณาและศึกษาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อไป

            ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะการพิจารณาพฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดประกอบการดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงแนวทางการจำแนกและปฏิบัติต่อผู้ใช้ยาเสพติดให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

            สำหรับสถานการณ์ด้านผู้ต้องขัง ข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน 2569 ระบุว่า ผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศร้อยละ 70.52 เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด โดยที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยและข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้งแนวทางที่จะช่วยสนับสนุนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดควบคู่กับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

            ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้อภิปรายในประเด็นสำคัญหลายมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (crime control) การคุ้มครองกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรม (due process) การตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ตลอดจนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด

            นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด (harm reduction) ซึ่งเป็นแนวทางที่มุ่งลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ใช้ยาเสพติดสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นและดำรงชีวิตร่วมกับครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิของบุคคล

            การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ กสม. ในการรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นจากหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วน เพื่อให้การศึกษาประเด็นเกี่ยวกับการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดมีข้อมูลประกอบอย่างรอบด้าน โดย กสม. จะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้รับไปประกอบการพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะเชิงระบบต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน