กสม. ปิติกาญจน์ เข้าร่วมงาน UN Responsible Business & Human Rights Forum ครั้งที่ 8

22/09/2569 112

            เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนางรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาประจำ กสม. นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมงาน UN Responsible Business & Human Rights Forum ครั้งที่ 8 หัวข้อ “Embedding Human Rights in Everyday Business: Conscious Leadership, Creative Communication and SME Resilience”

            กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก H.E. Ms. Oyu Vasha เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม โดยได้กล่าวขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และนำเสนอการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) ฉบับแรกของมองโกเลีย ซึ่งสำเร็จด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยภาครัฐได้ให้แนวทางและสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและสมาคมอุตสาหกรรมในการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) เพื่อเชื่อมโยงกับกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจ และริเริ่มสร้างกลไกการประเมินและนำตัวชี้วัดด้านสิทธิมนุษยชนมาบูรณาการในระบบการวางผังเมือง การปรับปรุงกฎหมาย และการคุ้มครองแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติตาม NAP ในปีต่อไป

            สำหรับช่วงการนำเสนอ มีผู้แทนจากประเทศไทยร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนจากหลากหลายมุมมอง ประกอบด้วย

            1. นายนพัตธร เพชรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวีภัณฑ์ ภูเก็ต จำกัด และรองประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะเจ้าของธุรกิจที่นำหลักสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้กับการประกอบธุรกิจ SMEs โดยเริ่มจากการเป็นคู่ค้ากับโรงแรมขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน ทำให้เห็นความสำคัญและนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจ SMEs เช่น การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม การไม่เลือกปฏิบัติ และความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการมีช่องทางให้พนักงานสะท้อนปัญหาหรือข้อกังวลได้ ในฐานะผู้ผลิตอาหาร ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ควบคู่กับการคำนึงถึงผลกระทบจากการประกอบธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนโดยรอบ

            2. รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ พิมพา วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอผลจากโครงการวิจัยที่ศึกษาบริษัทชั้นนำ 10 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจการเงิน ก่อสร้าง อาหารและอุตสาหกรรมเกษตร พลังงาน และค้าปลีก โดยพบว่าประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่บริษัทชั้นนำของไทยดำเนินการ ได้แก่ สิทธิแรงงานและศักดิ์ศรีในที่ทำงาน การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมกับสิทธิมนุษยชน จริยธรรมทางธุรกิจและความรับผิดชอบต่อห่วงโซ่อุปทาน ความรับผิดชอบ กลไกรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยา การยกระดับ HRDD และการสานเสวนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

            ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าบริษัทไทยมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) มากขึ้น ขณะเดียวกัน ได้ย้ำว่าก้าวต่อไปคือการเปลี่ยนนโยบายบนกระดาษให้เป็นการปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะสำหรับแรงงานข้ามชาติและแรงงานกลุ่มเปราะบางในห่วงโซ่อุปทาน

            ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสม. วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือในการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการ และการสนับสนุนให้ SMEs สามารถประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน

            นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการสร้างและขยายเครือข่ายผู้ประกอบการทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชนต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน