กสม. ศยามลประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังสถานการณ์ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่ เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติอย่างเป็นระบบตามหลักสิทธิมนุษยชน

10/08/2569 54

            เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังสถานการณ์ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่ เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์และข้อเสนอแนะจาก ทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่ รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการและแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. เจ้าหน้าที่ กสม. ผู้แทนภาคประชาสังคม ภาควิชาการ องค์การระหว่างประเทศ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะ ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

            ในการนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมฯ โดยกล่าวถึงหน้าที่ อำนาจ และการดำเนินงานในการส่งเสริม คุ้มครอง และเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่ นอกจากนี้ ดร. พีรดา ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ได้นำเสนอผลการทบทวนเอกสารสถานการณ์ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมืองและผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่ ข้อท้าทายในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารจัดการกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างยั่งยืน

            ในการประชุมได้รับเกียรติจาก ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาณุภัทร จิตเที่ยง ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน(AICHR) และ ดร. ศิรดา เขมานิฏฐาไท อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ข้อท้าทาย และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาและให้การส่งเสริม คุ้มครอง และเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนของผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

            ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมืองและผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยภายหลังปี 2564 ซึ่งเป็นการโยกย้ายถิ่นฐานแบบผสมผสาน (mixed migration) ทำให้ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีความซับซ้อน ประกอบกับประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองผู้ลี้ภัยและกลไกในการให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยเป็นการเฉพาะ เนื่องจากไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 ทำให้การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมีความท้าทายทั้งด้านสถานะทางกฎหมาย การจัดทำเอกสารแสดงตนหรือที่ใช้พิสูจน์ตัวบุคคล การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการประกอบอาชีพ การเข้าถึงการศึกษา และบริการสาธารณสุข ตลอดจนมีความเสี่ยงต่อการถูกจับกุม กักขัง และถูกแสวงหาประโยชน์หรือละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหา อาทิ การจัดทำกฎหมายและนโยบายคนเข้าเมืองระยะยาวอย่างครอบคลุม การสร้างกลไกคัดกรองตามหลักการห้ามผลักดันกลับไปเผชิญอันตราย (Non-Refoulement) การจัดทำฐานข้อมูลและระบบทะเบียนประวัติที่มีความปลอดภัย ตลอดจนการสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน รวมทั้งบทบาทและศักยภาพของผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในการมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยเฉพาะในบริบทของการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged society)

            สำนักงาน กสม. จะได้นำข้อมูล ความเห็น และข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ ไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้แสวงหาที่ลี้ภัย/ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมากลุ่มใหม่อย่างยั่งยืน และนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน