กสม. แลกเปลี่ยนบทบาทการผลักดันกฎหมายตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านภาคบังคับในเวที GANHRI ย้ำความร่วมมือระดับโลกขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน

10/08/2569 73

            เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรประไพ กาญจนรินทร์ พร้อมด้วยที่ปรึกษาประจำ กสม. รัตติกุล จันทร์สุริยา เลขาธิการ กสม. หรรษา หอมหวล และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หัวข้อ NHRI Experiences with Mandatory Human Rights Due Diligence (mHRDD) Laws ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจัดโดยคณะทำงานด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (GANHRI Working Group on Business and Human Rights)

            การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บทเรียน และบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการผลักดันกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านภาคบังคับ (Mandatory Human Rights Due Diligence: mHRDD) ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึงการเยียวยาและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาคและระดับสากล

            ในช่วงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ประธาน กสม. ได้นำเสนอความก้าวหน้าของประเทศไทยในการขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน โดยระบุว่า ภายหลังการประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) ฉบับที่ 1 เมื่อปี 2562 และฉบับที่ 2 เมื่อปี 2566 ประเทศไทยได้พัฒนาสู่การยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ พ.ศ. .... (HRDD Law) ซึ่งสะท้อนแนวคิด Smart Mix ที่ผสมผสานมาตรการสมัครใจกับมาตรการทางกฎหมาย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

            ประธาน กสม. ยังได้เน้นย้ำบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการส่งเสริมธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมองค์ความรู้และการศึกษาวิจัย การผลักดันเชิงนโยบายผ่านข้อมติสมัชชาสิทธิมนุษยชนเพื่อผลักดันให้บรรจุประเด็น HRDD ไว้ในนโยบายและแผนพัฒนาระดับชาติ รวมถึงการส่งเสริมการจัดตั้งคลินิกด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (BHR Clinic) สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการร่วมให้ข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ พ.ศ. .... ตลอดจนการผลักดันร่างพระราชบัญญัติป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Anti-SLAPP)

            ประธาน กสม. กล่าวว่า กสม. ได้นำประสบการณ์จากการจัดการเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนและข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ มาใช้ประกอบการเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อให้กฎหมายมีความสมดุล เป็นธรรม และคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง พร้อมทั้งย้ำว่า สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั่วโลกควรร่วมมือกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาให้หน้าที่ตามกฎหมายสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มีประสิทธิภาพ และไม่ก่อให้เกิดภาระเกินสมควรต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

            ในการประชุม ผู้แทนสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจากสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐมาลาวี และราชอาณาจักรเดนมาร์ก ได้ร่วมนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของภาคธุรกิจ (mHRDD Laws) โดย กสม. สาธารณรัฐเกาหลี ได้ผลักดันให้ภาคเอกชนยกระดับจากมาตรการสมัครใจสู่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ พร้อมจัดทำคู่มือและเครื่องมือประเมินตนเองสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสร้างความเข้าใจว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ มิใช่ภาระเพิ่มเติม ด้าน กสม.สาธารณรัฐมาลาวี ได้สะท้อนความสำคัญของการคุ้มครองชุมชนท้องถิ่นและสิทธิแรงงานจากผลกระทบของภาคเกษตรกรรมและเหมืองแร่ พร้อมเสนอให้กฎหมายกำหนดกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เชื่อมโยงกับการตรวจสอบของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนฐานรากเข้าถึงการเยียวยาได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งเดนมาร์กได้แบ่งปันบทบาทการเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายแก่รัฐบาล เพื่อปรับปรุงกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎระเบียบสหภาพยุโรป พร้อมสนับสนุนเครื่องมือเชิงปฏิบัติการแก่สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนการยกร่างกฎหมาย mHRDD อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

            การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการขับเคลื่อนกฎหมายและมาตรการด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อผลักดันให้การดำเนินธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชนและมีกลไกการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน