กสม. สุภัทรา ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการคุ้มครองและแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน กรณีแรงงานแพลตฟอร์ม

04/08/2569 29

            เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ร่วมด้วยวิทยากร อาทิ นายสมชาย หอมลออ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายของ สำนักงาน กสม. ผศ.ดร.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางสุณีย์ สุริยาบุตร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นางสาวศุภจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. (ETDA) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักวิชาการอิสระ ผู้แทนสหภาพไรเดอร์ ผู้แทนแรงงานแพลตฟอร์มบริการทำความสะอาด (บริการแม่บ้าน) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานแรงงานจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา สำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา สำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา และกลุ่มงานแรงงานแพลตฟอร์มพื้นที่ภาคใต้ ร่วมดำเนินโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน ภายใต้ชื่อกิจกรรม "ประชุมเชิงปฏิบัติการด้านสิทธิแรงงานและสวัสดิการ กรณีแรงงานแพลตฟอร์ม" โดยมีแรงงานแพลตฟอร์ม ได้แก่ แรงงานไรเดอร์ในพื้นที่ภาคใต้ และแรงงานบริการแม่บ้าน รวมจำนวน 80 คน เพื่อขับเคลื่อนการคุ้มครองและแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจในบริบทและปัญหาสิทธิของแรงงานแพลตฟอร์มที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับกฎหมายการจ้างงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนการออกกฎหมายและกฎกระทรวงที่เหมาะสมกับบริบทไทย

            ในการดำเนินกิจกรรม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้อธิบายถึงบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานแพลตฟอร์ม และที่ประชุมมีการนำเสนอสถานการณ์เกี่ยวกับสภาพการทำงานและปัญหาสิทธิแรงงานแพลตฟอร์ม โดยมีวิทยากรที่มีประสบการณ์ได้กล่าวถึงช่องว่างทางกฎหมาย กล่าวคือ แรงงานแพลตฟอร์มยังไม่ได้รับสถานะ “ลูกจ้าง”ตามกฎหมาย โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2 ให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้ที่มีสถานะเป็น "ลูกจ้าง" เท่านั้น ขณะที่การตีความสถานะของผู้ปฏิบัติงานผ่านแพลตฟอร์มยังคงมีความไม่ชัดเจนและอิงกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ยังไม่นิ่ง ส่งผลให้แรงงานแพลตฟอร์มจำนวนมากพลาดโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน เช่น ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน ทั้งที่ในทางปฏิบัติมีลักษณะการทำงานไม่ต่างจากลูกจ้างทั่วไป โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้ข้อมูลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎกระทรวงซึ่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อคุ้มครองแรงงานที่มีลักษณะการทำงานพิเศษ รวมถึงแรงงานแพลตฟอร์ม โดยร่างดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลและข้อเสนอแนะของ กสม. และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 193 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่า ปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ยังให้ข้อมูลว่า ตามประกาศ สพธอ. ฉบับที่ 4/2566 เรื่อง รายละเอียดการประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ผู้ใช้บริการทราบ ได้กำหนดหน้าที่ให้แพลตฟอร์มต้องเปิดเผยข้อมูลใน 7 ด้าน ครอบคลุมเรื่องเงื่อนไขการให้บริการ การระงับบัญชี ปัจจัยของระบบอัลกอริทึม ช่องทางร้องเรียนและอุทธรณ์ ซึ่งไรเดอร์สามารถศึกษาสิทธิของตนเพิ่มเติมได้จากประกาศฉบับดังกล่าว ด้านสำนักงานประกันสังคม ได้ชี้แจงแนวทางชั่วคราวให้แรงงานแพลตฟอร์มใช้สิทธิประกันสังคมตามมาตรา 40 ไปพลางก่อน ระหว่างรอความชัดเจนด้านสถานภาพทางกฎหมาย

            ทางด้านตัวแทนแรงงานไรเดอร์ภาคใต้ แรงงานแม่บ้านแพลตฟอร์ม ซึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เช่น ความไม่โปร่งใสของระบบอัลกอริทึมในการจัดสรรงาน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการจ่ายงานเป็นธรรมหรือไม่ การหักคะแนน/ระงับบัญชีอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีลูกค้ายกเลิกงานเอง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รวมถึงการคุกคามทางเพศต่อไรเดอร์หญิง และอุบัติเหตุจากการทำงานในพื้นที่ภูมิประเทศเสี่ยง ข้อจำกัดในการเข้าถึงประกันสังคม เนื่องจากเอกสารรับรองการทำงานที่หน่วยงานราชการต้องการไม่สอดคล้องกับเอกสารที่แพลตฟอร์มออกให้ รวมทั้งผลกระทบต่อรายได้เมื่อประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานได้ โดยไม่ได้รับการดูแลจากบริษัท

            ทั้งนี้ นักวิชาการด้านกฎหมายแรงงานเสนอสองแนวทางคู่ขนาน ได้แก่ การผลักดันให้เกิดคดีตัวอย่างเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวินิจฉัยสถานภาพ “ลูกจ้าง” ของไรเดอร์ใหม่ และการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเพียง 1-2 มาตรา เพื่อให้ครอบคลุมแรงงานกึ่งอิสระ ซึ่งเป็นแนวทางที่เห็นว่าดำเนินการได้เร็วและเป็นรูปธรรมกว่า พร้อมยกตัวอย่างสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากการทำงาน ซึ่งสูงกว่าการไม่มีระบบคุ้มครองใดๆ อย่างมีนัยสำคัญ

            การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ กสม. เห็นว่าการรับฟังเสียงจากผู้ปฏิบัติงานจริงเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย และจะรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลทั้งหมดจากเวทีนี้ ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และ ETDA เพื่อเร่งรัดการออกกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มตามมาตรา 22 และผลักดันมาตรการคุ้มครองที่สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริงของแรงงานแพลตฟอร์มในระยะต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน