กสม. สุชาติ ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนริมคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่

22/07/2569 20

          เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมแกรนด์นันทา โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. และศาสตราจารย์อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมประชุมรับฟังความเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนบริเวณคลองแม่ข่า ลำน้ำสาขา และแนวกำแพงเมืองเก่าชั้นนอก ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิจัยสถาบันวิจัยพหุศาสตร์และอาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เครือข่ายภาคประชาชน และผู้แทนชุมชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วม

          การประชุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเครือข่ายคนแป๋งเมืองเชียงใหม่ร้องเรียนต่อสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือว่า โครงการรื้อย้ายและปรับปรุงที่อยู่อาศัยตามแผนแม่บทคลองแม่ข่า พ.ศ. 2566 – 2570 อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 2,000 ครอบครัว โดยผู้ได้รับผลกระทบยังไม่ได้มีส่วนร่วมและไม่ได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง

          ในการนี้ ผู้แทนภาคประชาชนสะท้อนต่อที่ประชุมว่า ผู้เดือดร้อนแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ปลูกสร้างคร่อมคลองและอยู่ในที่สาธารณะ 139 หลังคาเรือน กลุ่มริมคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขาประมาณ 300 หลังคาเรือน และกลุ่มแนวกำแพงเมืองชั้นนอกและที่สาธารณะอื่น รวมกว่า 1,700 ครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยในพื้นที่มากว่า 40 ปี พร้อมตั้งคำถามต่อที่ประชุมว่า ในที่สุดแล้วจะได้อยู่อาศัยในที่ดินเดิม หรือจะต้องเตรียมตัวย้ายออก เพื่อจะได้วางแผนชีวิตได้ถูกต้อง

          ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ความชัดเจนของหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหา 2) การจำแนกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบและการจัดหาพื้นที่รองรับที่เหมาะสม 3) ความมั่นคงในการอยู่อาศัยและระยะเวลาของสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ 4) ข้อจำกัดทางกฎหมายและระเบียบ ทั้งระยะร่นริมคลอง แนวเขตโบราณสถาน และข้อบัญญัติผังเมือง และ 5) การมีส่วนร่วมของประชาชนในคณะกรรมการและคณะทำงานระดับจังหวัด

          ในการนี้ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐได้ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทคลองแม่ข่า พ.ศ. 2566 – 2570 โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านที่อยู่อาศัยซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีผู้แทนภาคประชาชนร่วมเป็นคณะทำงานด้วย ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนโครงการที่อยู่อาศัยระยะแรก โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดหาที่ดินประมาณ 3 ไร่เศษ เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชน 39 ครัวเรือน ในลักษณะการเช่าระยะยาวร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรังวัดสอบเขตกึ่งกลางคลองเพื่อกำหนดระยะร่นริมคลอง รังวัดที่ดินสาธารณประโยชน์เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และมีหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากรเพื่อร่วมกำหนดขอบเขตกำแพงเมืองโบราณและระยะร่นให้ชัดเจน

          ขณะที่ภาควิชาการเสนอให้จำแนกมาตรการช่วยเหลือตามเงื่อนไขของผู้ได้รับผลกระทบแต่ละกลุ่ม เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมากไม่มีความสามารถในการรับภาระหนี้สินจากการย้ายที่อยู่อาศัย และเสนอยกระดับจาก “แม่ข่าโมเดล” สู่ “เชียงใหม่โมเดล” เพื่อพัฒนาเมืองเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองมรดกโลกที่มีชีวิตของผู้คนอยู่ร่วมด้วย โดยใช้กลไกคณะทำงานขับเคลื่อนที่อยู่อาศัย เป็นเวทีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

          ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะนำความเห็นและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากการประชุมมาประกอบการพิจารณาประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน อันจะนำไปสู่การผลักดันมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน