กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ครม. เพื่อแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม ปฏิรูประบบพลังงานทั้งระบบ ด้วยหลักธรรมาภิบาลและความยุติธรรมทางพลังงาน

19/06/2569 17

          วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดงานแถลงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายโครงการจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน ภายใต้หัวข้อ “ค่าไฟแฟร์ คือ ค่าไฟที่แคร์ประชาชน” เพื่อเผยแพร่ข้อเสนอแนะจากการศึกษาเรื่องการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือนตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยมีประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรประไพ กาญจนรินทร์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แก่ ศยามล ไกยูรวงศ์ วสันต์ ภัยหลีกลี้ ที่ปรึกษาประจำ กสม. รัตติกุล จันทร์สุริยา และผู้บริหารสำนักงาน กสม. ได้แก่ เลขาธิการ กสม. หรรษา หอมหวล รองเลขาธิการ กสม. จุมพล ขุนอ่อน เข้าร่วม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ

          ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดงานสรุปว่า พลังงานไฟฟ้าเป็น “สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน” ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ การเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึงในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม เป็นหน้าที่ของรัฐที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ฉบับ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา และเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอื่น ๆ โดยเฉพาะสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ สิทธิในการศึกษา และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยรัฐจะต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

          อย่างไรก็ดี จากเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาพลังงานและการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่ กสม. ได้รับประกอบกับการศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ พบว่าแม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในการขยายโครงข่ายไฟฟ้าจนประชาชนเกือบทั่วประเทศสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ แต่ยังคงมีประชาชนในบางพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าจากระบบสายส่งหลักของรัฐ นอกจากนี้ ค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องย่อมส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ซึ่งต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ จนเบียดบังค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพด้านอื่น สภาพปัญหาเหล่านี้นำไปสู่การตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมของค่าไฟฟ้า ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชน

          ด้วยเหตุนี้ กสม. จึงได้ริเริ่มโครงการ “การจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับภาคครัวเรือน” ขึ้น โดยมุ่งแสวงหาข้อเท็จจริงและทางออกร่วมกัน ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแล ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          การดำเนินการที่ผ่านมา กสม. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดำเนินการ โดยมีคุณชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ให้เกียรติเป็นประธาน และมีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านให้เกียรติร่วมเป็นอนุกรรมการ อาทิ นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ และคุณรัตติกุล จันทร์สุริยา ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการชุดนี้ได้ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการประชุมกลุ่มย่อยกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงาน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นใน 4 ภูมิภาคของประเทศ และการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะร่วมกับสถาบันการศึกษา ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่าง 5,130 คน ใน 77 จังหวัด เพื่อนำเสียงสะท้อนจากพื้นที่จริงมาผนวกกับข้อมูลทางวิชาการในการจัดทำข้อเสนอแนะฉบับนี้ ซึ่ง กสม. ได้พิจารณาเห็นชอบข้อเสนอแนะแล้ว

          “กสม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมในวันนี้จะช่วยสื่อสารข้อเสนอแนะของ กสม. ต่อสาธารณะ ให้สังคมตระหนักว่าปัญหาค่าไฟฟ้ามิใช่เพียงเรื่องภาระค่าครองชีพ หากแต่เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่ต้องดูแล และจะเป็นจุดเริ่มต้นให้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อนข้อเสนอแนะข้างต้นไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการทำให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึงในราคาที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง” ประธาน กสม. กล่าว

          สำหรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับภาคครัวเรือน มีข้อค้นพบที่สำคัญสรุปได้ดังนี้

          คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่า พลังงานไฟฟ้าไม่ใช่เป็นเพียงสินค้าเชิงพาณิชย์ แต่เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เชื่อมโยงโดยตรงกับสิทธิหลายประการของประชาชน เช่น สิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ สิทธิในสุขภาพ สิทธิในการศึกษา และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยรัฐจะต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร โดยต้องมองประชาชนเป็นผู้ทรงสิทธิ (rights-holder)

          ระหว่างปี 2560-2568 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาพลังงานและการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้ากว่า 70 กรณี และจากการศึกษาเอกสารงานวิชาการ การรับฟังความคิดเห็น และการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะ พบความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงไฟฟ้า และความไม่เป็นธรรมของโครงสร้างราคา จนภาระค่าไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพด้านอื่น โดยประชาชนทุกระดับรายได้ จัดให้ “ค่าไฟฟ้า” เป็นภาระที่แพงเกินเหตุในลำดับที่สองรองจากค่าอาหาร และประชากรเกือบ 17 ล้านคน มีภาระค่าไฟฟ้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

          นอกจากนี้ ยังพบอุปสรรคการเข้าถึงไฟฟ้าของกลุ่มประชากรที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง เช่น กลุ่มชุมชนบนเกาะและพื้นที่ห่างไกล กลุ่มชาติพันธุ์และผู้อาศัยในเขตอุทยาน/พื้นที่ป่า ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง กลุ่มผู้อาศัยในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิหรือพื้นที่ทับซ้อน เช่น พื้นที่ริมทางรถไฟ เขตชลประทาน ต้องใช้มิเตอร์ชั่วคราวหรือไฟพ่วง ซึ่งต้องเสียค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าปกติ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพหากถูกตัดไฟ อุปสรรคเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อนและกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชน

          จากผลการศึกษา กสม. เห็นว่า “ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรม” ในมิติสิทธิมนุษยชน หมายถึง อัตราค่าบริการพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและคำนึงถึงผลตอบแทนที่เหมาะสมของการลงทุนในการประกอบกิจการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดให้มีมาตรการเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงและแบกรับภาระค่าใช้จ่ายได้โดยไม่กระทบต่อสิทธิในการมีมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ

          จากข้อค้นพบดังกล่าว กสม. จึงได้ประมวลและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เสนอต่อ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและเร่งปฏิรูประบบพลังงานทั้งระบบ บนหลักธรรมาภิบาลพลังงาน (energy governance) และหลักความยุติธรรมทางพลังงาน (energy justice) ที่ต้องแบ่งสรรประโยชน์และภาระทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม บนกรอบแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่ (1) สิทธิในมาตรฐานการดำรงชีพที่เพียงพอ (2) สิทธิในการมีส่วนร่วม (3) สิทธิในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (4) สิทธิในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและได้รับการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม (5) สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี และ (6) สิทธิในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและได้รับบริการของรัฐที่มีคุณภาพ

          ข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) แบ่งสรรต้นทุนและผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม เพื่อให้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ผลักภาระความเสี่ยงมาสู่ประชาชนเกินสมควร (2) เพิ่มการคุ้มครองและขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่จ่ายได้สำหรับกลุ่มที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง อาทิ กลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบโครงข่ายของรัฐ ผู้มีรายได้น้อย ผู้เช่าที่อยู่อาศัย และผู้ป่วยติดเตียง

(3) เร่งกระจายอำนาจในระบบการผลิตไฟฟ้า โดยให้ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วม

ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น (4) เพิ่มความโปร่งใส การมีส่วนร่วมที่มีความหมาย และความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลกิจการพลังงาน

          นอกจากนี้ กสม. ยังมีข้อเสนอแนะเชิงมาตรการเพื่อนำไปปฏิบัติในระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งครอบคลุม 4 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่

          (1) การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เป็นธรรมและสามารถจ่ายได้ เช่น ทบทวนแนวทางการจัดทำแผนพลังงานให้ยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยี และผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า ศึกษาแนวทางในการกำหนด “เพดานการรับภาระต้นทุนจากกำลังผลิตสำรองส่วนเกิน” อย่างชัดเจน

เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนจากการวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้าที่สูงเกินความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง และทบทวนกลไกสัญญารับซื้อไฟฟ้าและโครงสร้างต้นทุนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

          (2) การคุ้มครองกลุ่มประชากรที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบางให้เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและได้รับบริการของรัฐที่มีคุณภาพ เช่น จัดทำแผนขยายการเข้าถึงไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่นอกโครงข่าย ทบทวนหลักเกณฑ์และประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีข้อจำกัดด้านเอกสารสิทธิหรือจำเป็นต้องใช้มิเตอร์ชั่วคราว

และแนวทางการอุดหนุนค่าไฟฟ้าไปสู่ระบบช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า รวมถึงกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง เพื่อหลีกเลี่ยงการงดจ่ายไฟฟ้าแก่ครัวเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้เครื่องมือแพทย์ไฟฟ้า

          (3) การมีส่วนร่วมในการพัฒนาและได้รับการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม และการกระจายอำนาจในระบบพลังงาน เช่น ส่งเสริมระบบพลังงานกระจายศูนย์ (decentralized energy) เปิดโอกาสให้เกิดผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหม่มากขึ้น ทบทวนแนวทางและอัตรารับซื้อไฟฟ้าคืนจากพลังงานหมุนเวียนภาคประชาชน (net billing) ให้เหมาะสม เป็นธรรม และจูงใจต่อการลงทุนมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือมาตรการทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดได้มากขึ้น

          (4) การยกระดับธรรมาภิบาลพลังงาน การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย เช่น เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า ต้นทุนพลังงาน แผน PDP และสัญญารับซื้อไฟฟ้า ในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และตรวจสอบได้ง่าย พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำนโยบายและแผนพลังงานที่สะท้อนความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง รวมถึงส่งเสริมกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลในการกำกับดูแลกิจการพลังงาน รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน องค์กรผู้บริโภค ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมในการติดตาม ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะต่อนโยบายพลังงาน

          ทั้งนี้ กิจกรรมในงานยังมีการบรรยายเดี่ยว (Talk) “ค่าไฟแฟร์ คือค่าไฟที่แคร์ประชาชน” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ (1) ประธานอนุกรรมการโครงการจัดทำข้อเสนอแนะ ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ประเด็น “สิทธิมนุษยชนบนความเป็นธรรมด้านพลังงานและค่าไฟฟ้า” (2) หัวหน้าโครงการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมในประเทศไทย (JET in Thailand) ธัญญาภรณ์ สุรภักดี ประเด็น “ประชาชนในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนให้ผ่านพลังงานไทย” (3) ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิชุมชนกับการพัฒนา ดร.วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย ประเด็น “สิทธิในการมีส่วนร่วม สำรวจเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนได้พูดเพื่อการพัฒนาไปพร้อมกัน” และ (4) อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.ภูรี สิรสุนทร ประเด็น “อนาคตค่าไฟไทย ใช้ดาต้าจากพฤติกรรม ออกแบบนโยบายเพื่อความเป็นธรรมและยั่งยืน”

          ช่วงบ่ายมีเวทีพูดคุยข้อเสนอแนะเชิงนโยบายโครงการจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับภาคครัวเรือน ร่วมเสวนาโดย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศยามล ไกยูรวงศ์ และอนุกรรมการโครงการจัดทำข้อเสนอแนะฯ ได้แก่ ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ รศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญ และประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา จากนั้นยังมีกิจกรรมอภิปรายกลุ่ม ดำเนินการโดย JET in Thailand  ประเด็น “งานเปลี่ยนให้ผ่านพลังงานไทย ทบทวนประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน 140 ปี ของไทย”นอกจากนี้ในงาน ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการหัวข้อ “อำนาจ ไฟฟ้า ประชาชน” ด้วย

          ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะเชิงมาตรการ รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจเฟซบุ๊กสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ www.nhrc.or.th และ www.facebook.com/nhrct

เลื่อนขึ้นด้านบน