กสม. ออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่แก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลให้แก่กลุ่มเด็กนักเรียนอักษร G ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน

17/06/2569 12

          เมื่อวันที่ 8 - 12 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยทีมบูรณาการประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลให้แก่กลุ่มเด็กนักเรียนอักษร G ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยดำเนินการจัดทำทะเบียนประวัติและได้จัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยให้แก่กลุ่มเด็กนักเรียนดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 677 ราย

          โดยในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทีมบูรณาการได้จัดให้มีกิจกรรมมอบบัตรประจำตัวให้แก่เด็กนักเรียนที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติและกำหนดสถานะบุคคลตามกฎหมาย โดยมีนางปรีดา คงแป้น นางสาวปิติกาญจน์  สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายคีน ซัม เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายความคุ้มครอง สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย นายอำเภอหัวหิน ผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรม และผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติเป็นผู้มอบบัตรประจำตัวให้แก่เด็กนักเรียนอักษร G ที่มาเข้าร่วมกิจกรรม 

          ทั้งนี้ ช่วงต้นของกิจกรรม นางปรีดา คงแป้น ได้กล่าวต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งประกอบด้วยหน้าที่หลักในด้านการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการเฝ้าระวังประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งกล่าวถึงนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม โดยกำหนดให้มีกลไกการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขับเคลื่อนผ่านโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน ดำเนินงานแบบบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคมในการหนุนเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน มุ่งเน้นให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลเป็นประเด็นที่รัฐบาลไทยได้ให้ความความสำคัญและได้ประกาศเจตนารมณ์ในการให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมมือกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิและสถานะต่อไปจนกว่าปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติจะหมดไป (Zero Statelessness) จากประเทศไทย ซึ่ง กสม.ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะติดตามความคืบหน้าตามหน้าที่และอำนาจต่อไป 

          นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนอักษร G ว่าเป็นภารกิจสำคัญที่กรมการปกครองให้ความสำคัญตามพระเมตตาและความห่วงใยของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยแม้เด็กกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิด้านการศึกษาแล้ว แต่ยังมีสิทธิพื้นฐานอีกหลายด้านที่ยังเข้าไม่ถึง ทั้งการรักษาพยาบาล การประกอบอาชีพ และการคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งนี้ การกำหนดสถานะบุคคลและเลขประจำตัวที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยให้เด็กได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนอักษร G ทั่วประเทศประมาณ 200,000 ราย ซึ่งกรมการปกครองจะบูรณาการการทำงานเพื่อเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม 

          นอกจากนี้ ในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับบทบาทภารกิจและผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล เพื่อให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ รวมถึงประชาชน ได้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

เลื่อนขึ้นด้านบน