สำนักงาน กสม. ประชุมรับฟังมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนต่อแนวทางประเมินผลกระทบด้านจริยธรรมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

02/06/2569 46

          เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนต่อแนวทางประเมินผลกระทบด้านจริยธรรมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Ethical Impact Assessment: EIA) ณ โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมประชุม และมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็กต่อแนวทางการประเมินผลกระทบดังกล่าว

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวถึงผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในปัจจุบันที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นถึงประโยชน์และความเสี่ยงของ AI ต่อสิทธิมนุษยชนในหลายมิติ ทั้งสิทธิในความเป็นส่วนตัว สิทธิในชีวิตและความปลอดภัย เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลและการแสดงความคิดเห็น จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาและใช้งาน AI บนหลักสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการสร้างกลไกกำกับดูแล การพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการส่งเสริมการรู้เท่าทันดิจิทัลของประชาชน ในปีที่ผ่านมา กสม. จึงได้จัดสมัชชาสิทธิมนุษยชนในเรื่องนี้ โดยข้อมติส่วนหนึ่งเสนอว่าหากภาครัฐมีการพัฒนาหรือการใช้ AI ควรจะต้องมีการประเมินผลกระทบทางจริยธรรมที่ครอบคลุมมิติด้านสิทธิมนุษยชนด้วย การประชุมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนข้อมติสมัชชาสิทธิมนุษยชนดังกล่าว โดยนางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ร่วมเป็นผู้ดำเนินการประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว

          การประชุมครั้งนี้ ยังมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองด้วย โดย Mr. Phinith Chanthalangsy ที่ปรึกษาภูมิภาคด้านสังคมและมนุษยศาสตร์ จาก UNESCO ได้กล่าวถึงกรอบข้อเสนอแนะด้านจริยธรรมของ AI ของ UNESCO ซึ่งได้รับการรับรองจาก 194 ประเทศสมาชิก และมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง พร้อมเสนอว่าการประยุกต์ใช้แนวทางดังกล่าวในประเทศไทยควรคำนึงถึงบริบททางสังคม วัฒนธรรม และความหลากหลายของผู้คนในสังคมไทย จากนั้น นายธิติกร ตระกูลศิริศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ จากศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AIGC) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาเครื่องมือ EIA ของ ETDA ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านความปลอดภัย ความเป็นธรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลโดยมนุษย์ พร้อมเน้นว่าการประเมินผลกระทบของ AI ควรดำเนินการตลอดวงจรชีวิตของระบบ AI และต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายภาคส่วน พร้อมยกตัวอย่างการใช้งาน AI ในด้านสุขภาพ กระบวนการยุติธรรม และการศึกษา

          ในมิติของสิทธิเด็ก นายสันติศิริ ธีราเจษฎ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ ชี้ว่า AI เป็นประเด็นเร่งด่วนด้านการคุ้มครองเด็ก เนื่องจากเด็กอาจเผชิญความเสี่ยงจากการเก็บข้อมูล การตกเป็นเป้าหมายของอัลกอริทึม และภัยคุกคามทางออนไลน์ พร้อมเสนอแนวทางกำกับดูแล AI ที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ขณะที่ ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวถึงโอกาสและความเสี่ยงของ AI ต่อเด็ก โดยระบุว่าแม้ AI จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้และการเข้าถึงข้อมูล แต่ก็อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิผ่านอคติของอัลกอริทึม การรุกล้ำความเป็นส่วนตัว และการชี้นำพฤติกรรม จึงควรพัฒนาระบบ AI ที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ

          นอกจากนี้ นางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ สำนักงาน กสม. ได้นำเสนอโครงสร้างข้อคำถามจาก Ethical Impact Assessment ของ UNESCO และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการประเมินผลกระทบด้านจริยธรรมของ AI ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผู้เข้าร่วมประชุมได้สะท้อนข้อกังวลและข้อเสนอแนะในหลายประเด็น อาทิ การเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสำหรับระบบ AI ที่มีความเสี่ยงสูง การออกแบบข้อคำถามให้สอดคล้องกับวงจรชีวิตของระบบ AI การเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาและตรวจสอบ ตลอดจนการกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิเด็กและกลุ่มเปราะบางในการใช้งาน AI

          ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. จะประมวลข้อคิดเห็นและมุมมองที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ สนับสนุนการจัดทำ EIA ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และจะเดินหน้าขับเคลื่อนประเด็น AI กับสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน