กสม.ศยามล ร่วมเวทีสาธารณะเสนอแนวทางการคุ้มครองสิทธิประชาชนจากปัญหาการปนเปื้อนมลพิษในแม่น้ำโขงและติดตามเรื่องร้องเรียน

30/05/2569 7
        เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมการิน จังหวัดอุดรธานี นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมเป็นวิทยากรในเวทีสาธารณะ เรื่อง “สถานการณ์การปนเปื้อนมลพิษในแม่น้ำโขง การแก้ไขปัญหาและผลกระทบ” จัดโดยเครือข่ายภาคประชาชน สืบเนื่องมาจากความกังวลของชุมชนหลังติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 และตรวจพบสารหนูในแม่น้ำโขงภาคอีสานในระดับเกินค่ามาตรฐานคุณภาพในหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจชุมชน และการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ เวทีดังกล่าวมีหน่วยงานราชการและนักวิชาการมาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล อาทิ ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ กรมประมง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ การประปาส่วนภูมิภาค กรมวิชาการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังสุขภาพ และนักวิชาการด้านสังคมเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย
         กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในเรื่องดังกล่าวซึ่ง กสม. มีการติดตามสถานการณ์และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั้งในพื้นที่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี โดยที่ผ่านมา กสม. ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมทั้งได้ร่วมประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อจำกัดในการดำเนินการ อาทิ งบประมาณ ขอบเขตอำนาจ กลไกระหว่างประเทศ การสำรวจและเฝ้าระวังผลกระทบ การชดเชยเยียวยา
         วันเดียวกัน เวลา 16.30 น. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ลงพื้นที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย รับฟังปัญหาข้อห่วงกังวลในการใช้น้ำ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมงพื้นบ้าน ปลูกผักริมโขง และใช้น้ำโขงในการทำประปา จึงต้องการตรวจคุณภาพน้ำและตะกอนดินถี่ขึ้นเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบจากการปนเปื้อนการทำเหมืองจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ตามริมน้ำสาขาและไหลลงแม่น้ำโขงในบริเวณดังกล่าว
          ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรริมโขงและประมงพื้นบ้านอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะ รับฟังปัญหาสถานการณ์การปนเปื้อนมลพิษจากชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการพบปลามีตุ่มในแม่น้ำโขง ส่งผลให้ราคาปลาต่ำลง และผู้บริโภคไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของอาหารซึ่งกระทบต่ออาชีพและรายได้ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่น และตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนบ่อยครั้งขึ้น
         จากนั้นเวลา 11.30 น. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะลงพื้นที่ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน เพื่อคิดตามกรณีโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรัก และการสร้างคันกั้นน้ำ โดยกำนันตำบลปากตมได้ให้ข้อมูลว่า หลังจากประตูระบายน้ำก่อสร้างแล้วเสร็จ พบปัญหาการเปิดปิดประตูโดยไม่แจ้งให้ชาวบ้านทราบล่วงหน้า ส่งผลกระทบให้น้ำขึ้นลงอย่างรวดเร็ว พัดพาอุปกรณ์และเครื่องมือประมง และมีการกัดเซาะตลิ่งเพิ่มขึ้น
         ทั้งนี้ กสม. จะรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและมีข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาต่อไป
เลื่อนขึ้นด้านบน