กสม. จัดประชุมรับฟังความเห็นต่อร่างข้อเสนอแนะในการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน

28/04/2569 28

          เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ห้อง Balcony โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานกล่าวเปิดการประชุมรับฟังความเห็นต่อร่างข้อเสนอแนะในการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน โดยการประชุมดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ภาคเช้า เป็นการรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ (expert meeting) และในช่วงบ่ายจะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความเห็นจากผู้แทนกลุ่มย่อยที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เชิญมาให้ความเห็นในช่วงการรวบรวมข้อมูล ซึ่งจะประกอบไปด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และนักวิชาการ รวมถึงภาคประชาสังคมที่ติดตามสถาการณ์ด้านพลังงาน ในการนี้ ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย

          จากนั้น นายชาญเชาวน์  ไชยานุกิจ ประธานอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน ได้นำเสนอความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการจัดประชุมรับฟังข้อมูลจากกลุ่มย่อย รวม 3 ครั้ง การรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาค รวม 4 ครั้ง และการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะผ่านการทำโพล (poll) และแบบสำรวจออนไลน์ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสังเคราะห์เพื่อจัดทำรายงานข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

          ก่อนเริ่มการรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ได้นำเสนอปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่ค้นพบและกรอบโครงร่างข้อเสนอแนะ อาทิ

          - ประเด็นเรื่องสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ และความยุติธรรมเชิงการแบ่งสรรผลประโยชน์ (Distributive Justice) พบปัญหาโครงสร้างราคาและต้นทุนแฝงของค่าไฟฟ้า (ค่าไฟฟ้าฐานและค่า Ft) เสนอให้ลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ชะลอแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เจรจาทบทวนเงื่อนไขสัญญากับโรงไฟฟ้าเดิมเพื่อปรับลดค่าความพร้อมจ่าย (AP) ให้เหมาะสม ทบทวนโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น

          - ประเด็นเรื่องความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ และสิทธิในชีวิตและสุขภาพ พบปัญหาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือที่ยังไม่ครอบคลุม และกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงการคุ้มครอง เช่น ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ไฟฟ้า ชุมชนในพื้นที่ทับซ้อน เช่น พื้นที่ริมทางรถไฟ หรือชุมชนเกาะ เสนอให้ปรับระบบสวัสดิการค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มเปราะบางให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในครัวเรือน รูปแบบการใช้ไฟฟ้า และบริบทตามฤดูกาล ปรับระเบียบหรืออัตราค่าไฟเพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ทับซ้อนเข้าถึงมิเตอร์ไฟฟ้าถาวร จัดทำและบูรณากรรฐานข้อมูลผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพาเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ไฟฟ้า บังคับใช้กฎหมายควบคุมกิจการหอพักอย่างเข้มงวด เป็นต้น

          - ประเด็นเรื่องสิทธิในการพัฒนา สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร และประชาธิปไตยทางพลังงาน พบปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจและการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม โครงสร้างกิจการไฟฟ้าในรูปแบบผู้ซื้อรายเดียว (Single Buyer) อัตราการรับซื้อไฟฟ้าคืนจากระบบโซลาร์ภาคครัวเรือน ความสามารถในการเข้าถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ของกลุ่มรายได้น้อย เสนอให้ส่งเสริมการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ระดับชุมชน ทบทวนการรับซื้อไฟฟ้าคืนในระบบ Net Billing ให้เหมาะสมและจูงใจมากขึ้น จัดตั้งกองทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาด เป็นต้น

          - ประเด็นเรื่องสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ สิทธิในการได้รับการเยียวยา หลักความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางนโยบาย พบปัญหาธรรมาภิบาลในเรื่องพลังงาน เช่น การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า เช่น ต้นทุนการผลิต ต้นทุน Pool Gas การจัดทำแผน PDP ยังขาดการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย องค์ประกอบของคณะกรรมการต่างๆที่เกี่ยวข้องยังไม่ครอบคลุมตัวแทนของภาคประชาชน ผู้บริโภคระดับฐานรากอย่างแท้จริง รวมทั้งการขาดกลไกการเยียวยาที่ชัดเจนสำหรับประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายพลังงาน เสนอให้เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการสรรหาคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการทบทวนแผน PDP อย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วม กำหนดให้ต้นทุนด้านความพร้อมจ่ายของระบบไฟฟ้าถูกกำกับดูแลอย่างโปร่งใสและเหมาะสม เป็นต้น

          จากนั้นผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในภาคเช้าและภาคบ่ายได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการพัฒนาข้อเสนอแนะให้มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายหากจะต้องเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสำนักงาน กสม. จะรวบรวมความเห็นดังกล่าวเพื่อไปประกอบการจัดทำร่างรายงานข้อเสนอแนะในเรื่องดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน