กสม. ศยามล ร่วมเวทีเสวนาเชิงนโยบายถกปัญหาเรื่องความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)

28/04/2569 27

          เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในกิจกรรม Policy Café ครั้งที่ 7 หัวข้อ "Urban Heat Island: จิบกาแฟ แชร์เรื่องความร้อนในเมือง" จัดโดย เครือข่ายเยาวชนระดับโลกเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำประเทศไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันนโยบายที่เชื่อมโยงปัญหาสภาพอากาศในเมืองใหญ่เข้ากับหลักสิทธิมนุษยชน ณ อาคาร Glowfish Sathon

          ในเวที กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างจากการเติบโตของเมืองแบบไร้ทิศทางและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่ต้องปรับตัว และได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์เสี่ยงของกลุ่มที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง เช่น คนไร้บ้าน ผู้พักอาศัยในชุมชนแออัด ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ รวมถึงผู้สูญเสียพื้นที่การเกษตรจากการเวนคืน โดยยกตัวอย่างข้อร้องเรียนเรื่องผลกระทบความร้อนจากเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ที่รบกวนบ้านเรือนประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการใช้พื้นที่ร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่ทางออกที่ยั่งยืน ในการนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอแนวทางนโยบายที่รัฐและกรุงเทพมหานคร ควรดำเนินการ ได้แก่ การจัดทำผังเมืองรวมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมเพื่อให้คนทุกกลุ่มใช้พื้นที่ร่วมกันได้โดยไม่เบียดเบียนกันและมีกฎหมายควบคุมอาคารที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การสำรวจและออกแบบที่อยู่อาศัยที่สนับสนุนกลุ่มเปราะบางให้สามารถรับมือกับความร้อนได้จริงและการให้สวัสดิการด้านสุขภาพ พร้อมทั้งการมีมาตรการอุดหนุนให้ประชาชนระดับกลางและล่างสามารถเข้าถึงวัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดความร้อนได้ในราคาที่เหมาะสมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการรับมือกับภาวะโลกร้อน

          นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญในเวทีเสวนายังได้ร่วมกันอภิปรายแนวทางแก้ไข โดยเสนอการจัดการความร้อนด้วยพื้นที่ธรรมชาติและการใช้ระบบทำความเย็นรวมศูนย์ (Cooling District) การสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมปรับปรุงพื้นที่ และได้สะท้อนการทำงานเชิงรุกของกรุงเทพมหานครในการสร้าง "ห้องหลบร้อน" และนโยบาย "สวน 15 นาที" เพื่อกระจายพื้นที่สีเขียวให้ครอบคลุมทั่วเมือง

          ในการระดมสมองวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาความร้อนในเมือง ที่ประชุมได้แบ่งสาเหตุออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) นโยบายภาครัฐที่ยังขาดมาตรการอุดหนุนการเข้าถึงวัสดุลดความร้อนและเน้นการพัฒนาทางกายภาพมากกว่ามิติด้านสิทธิมนุษยชน 2) ผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลให้พื้นที่ซึมน้ำลดลง และส่งเสริมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าขนส่งสาธารณะ 3) ผลิตภาพทางเศรษฐกิจซึ่งกระตุ้นการอพยพเข้าสู่เมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เพิ่มมลพิษและความร้อน และ 4) การเผชิญความร้อนโดยตรง อาทิ การขาดพื้นที่ปลอดภัยจากความร้อนสำหรับแรงงานกลางแจ้ง โดยที่ประชุมได้ร่วมกันวางภาพอนาคตที่อยากเห็นและสิ่งที่ต้องทำในระยะ 1 ปีถึง 10 ปี ด้วย

          การเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่ต้องให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการสร้างกลไกให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้เมืองเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และเป็นธรรมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

เลื่อนขึ้นด้านบน