กสม. สุภัทรา ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานร่วมกับพรรคการเมือง

21/04/2569 52

          เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. นางสาวสุภัทรา  นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายภาณุวัฒน์  ทองสุข นายจุมพล  ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงาน ร่วมกับพรรคการเมือง โดยมีคุณเซีย จำปาทอง คุณธนพร  วิจันทร์ และคุณสหัสวัต  คุ้มคง ส.ส. พรรคประชาชน รศ.ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ นักวิชาการอิสระ คุณสุเพ็ญศรี  พึ่งโคกสูง ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม คุณวัชรวิชญ์  วุฒิพัชระพัชร์ และคุณศิริรุ่ง  ศรีสิทธิพิศาลภพ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 605 สำนักงาน กสม.

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวถึง หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งสหประชาชาติถือเป็นสนธิสัญญาหลัก จำนวน 8 ฉบับ โดยมีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายและสมาชิกในครอบครัว ที่ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี นอกจากนี้ยังกล่าวถึงอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยบัน 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ค.ศ. 1948 ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง ค.ศ. 1949

          ในการนี้ ที่ประชุมได้รับทราบถึงข้อมติสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 ประเด็นสิทธิแรงงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีข้อมติมุ่งเน้นการส่งเสริม คุ้มครอง และเยียวยามาตรฐานแรงงานเพื่อให้คนทำงานทุกคนได้รับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมตามมาตรฐานสากล และบรรลุเป้าหมายการเข้าถึงงานที่มีคุณค่า (Decent work) การจ้างงานที่เป็นธรรม มีความมั่นคงและการคุ้มครองทางสังคม มีสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน โอกาสในการพัฒนา สิทธิในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง รวมถึงการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ หรือเหตุใด ๆ โดยข้อมติมีการกล่าวถึงสภาพปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้คนทำงานได้รับการส่งเสริม คุ้มครอง และเยียวยาตามมาตรฐานแรงงานแรงงาน 7 กลุ่ม ได้แก่ (1) แรงงานในระบบ (2) แรงงานนอกระบบ (3) แรงงานแพลตฟอร์ม (4) แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ (5) แรงงานข้ามชาติ (6) พนักงานบริการ และ (7) แรงงานจ้างเหมาบริการในภาครัฐ

          ช่วงท้าย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวว่า กสม. จะเสนอให้รัฐบาลลงนามเป็นภาคีในอนุสัญญาที่สำคัญเกี่ยวกับสิทธิแรงงาน ได้แก่ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายฯ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ฉบับที่ 98 พร้อมกันนี้จะนำข้อเสนอแนะประเด็นสิทธิแรงงานซึ่งเป็นข้อมติของสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน