กสม. วสันต์ เสนอบทบาท กสม. ในยุคดิจิทัล พร้อมเสนอแนวทางคุ้มครองสิทธิในโลกออนไลน์ ในการประชุม GANHRI 2026 ณ นครเจนีวา

08/04/2569 9

          เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เข้าร่วมการประชุมประจำปีของ GANHRI (Global Alliance of National Human Rights Institutions) ในหัวข้อ "The Role of National Human Rights Institutions in Promoting Human Rights in the Digital Space" โดย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวถ้อยแถลงในนามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ยืนยันหลักการสำคัญว่า สิทธิมนุษยชนที่ได้รับการคุ้มครองในโลกออฟไลน์จะต้องได้รับการรับรองในโลกออนไลน์เช่นเดียวกัน พร้อมนำเสนอบทบาทของ กสม. ในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดิจิทัล ทั้งการคุ้มครองสิทธิเด็กและความเป็นส่วนตัวออนไลน์ การป้องกันการค้ามนุษย์ผ่านเทคโนโลยี การเผยแพร่ถ้อยคำแสดงความเกลียดชังในสื่อออนไลน์ ตลอดจนการติดตามการใช้สปายแวร์และการเฝ้าระวังที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง กสม. ได้เสนอแนะรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ย้ำถึงความท้าทายจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว หลักการไม่เลือกปฏิบัติ เสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิของเด็ก โดย กสม. เสนอแนวทางเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในโลกออนไลน์ 3 ประการสำคัญ ได้แก่ การสร้างความรับผิดชอบของรัฐในการใช้ AI การพัฒนากรอบกฎหมายที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และการบูรณาการมิติสิทธิมนุษยชนเข้าสู่กระบวนการประเมินผลกระทบเชิงจริยธรรม โดยในภาพรวม ที่ประชุมมีฉันทามติร่วมกันว่า สิทธิมนุษยชนมิได้เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและต้องได้รับการคุ้มครองทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ บทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมิใช่การระงับนวัตกรรม แต่เพื่อรับประกันให้มีการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน และเทคโนโลยีต้องเป็นประโยชน์แก่ทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

          ในวันเดียวกันนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) ในหัวข้อ "Protection of Child Rights in the Digitalized Era: The Role of NHRIs" จัดโดย สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ซึ่งมีผู้แทนสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจากตุรกี อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา อิตาลี จอร์เจีย ปากีสถาน และสโลวาเกีย ร่วมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติและประสบการณ์ในการคุ้มครองสิทธิเด็กในสภาพแวดล้อมดิจิทัล การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของ กสม. ในการผลักดันให้การพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทยยึดหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือความท้าทายอุบัติใหม่ในยุคดิจิทัล

เลื่อนขึ้นด้านบน