กสม. ศยามล ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่แจ่ม อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน

31/03/2569 22

          เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 นางสาวศยามล  ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางสาวมณีรัตน์  มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำ กสม. รองศาสตราจารย์ธนพร  ศรียากูล ผู้ทรงคุณวุฒิ นายประทีป มีคติธรรม WWF THAILAND ผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ และมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือและส่วนกลาง ลงพื้นที่จัดโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน ณ ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “เวทีสิทธิมนุษยชนเพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่แจ่ม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้การรับฟังความคิดเห็นในการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองเป็นไปอย่างรอบด้านและบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง รวมทั้งการทำฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และพิจารณากำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองวิถีชีวิตชุมชน ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่ศึก และตำบลแม่นาจร

          ในการดำเนินกิจกรรม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้อธิบายถึงบทบาท หน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กับการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งยกตัวอย่างของอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการ ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงในทุกหมู่บ้านตามข้อเสนอแนะของ กสม. จากนั้น รองศาสตราจารย์ธนพร ศรียากูล และนายประทีป มีคติธรรม ได้อธิบายถึงปัญหาการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ ความท้าทาย และทิศทางในการดำเนินการ โดยพูดคุยหารือในหลายประเด็น เช่น การเปรียบเทียบรูปแบบการจัดการป่า ข้อสังเกตและผลกระทบของเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ข้อบกพร่องของกระบวนการที่ผ่านมา การคุ้มครองสิทธิในการใช้ประโยชน์จากป่าโดยใช้พระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ข้อจำกัดของ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ความเข้มแข็งของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น นอกจากนี้ คณะวิทยากรเห็นตรงกันว่า เป้าหมายของการจัดกิจกรรมครั้งนี้คือการให้ทุกหมู่บ้านกลับไปจัดทำข้อมูล แผนที่ และกฎระเบียบว่าปัจจุบันชุมชนจัดการทรัพยากรอย่างไร และอนาคตอยากจัดการแบบไหน เพื่อให้ กสม. ได้นำข้อมูลดังกล่าวไปหารือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่แจ่มอย่างเป็นรูปธรรม

          ในช่วงบ่าย มีการจัดกิจกรรมแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น โดยให้แต่ละกลุ่มนำเสนอประเด็นปัญหาที่ดิน การจัดการทรัพยากรของชุมชน และความต้องการในอนาคต ซึ่งพบว่าชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่นาจรและตำบลแม่ศึก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน ป่าใช้สอย และพื้นที่ทำกิน พร้อมทั้งมีกฎระเบียบชุมชนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร มีการจัดเวรลาดตระเวน เฝ้าระวังไฟป่า การจัดทำแนวกันไฟ การสร้างฝายชะลอน้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากร เช่น การปล่อยสัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ

          อย่างไรก็ตาม หลายชุมชนสะท้อนว่าการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่แจ่มมีลักษณะทับซ้อนกับพื้นที่ใช้ประโยชน์ของประชาชน เช่น ป่าชุมชน พื้นที่ทำกิน ไร่หมุนเวียน รวมถึงบางส่วนเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชุมชน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพและวิถีชีวิตดั้งเดิม นอกจากนี้ ยังพบว่าการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านงบประมาณเพื่อการดูแลรักษาทรัพยากรยังไม่เพียงพอ ทำให้ในหลายพื้นที่ประชาชนต้องร่วมกันระดมทรัพยากรของตนเองในการดำเนินกิจกรรม เช่น การจัดการไฟป่าและการทำแนวกันไฟ

          ในด้านข้อเสนอ ชุมชนส่วนใหญ่มีความต้องการให้ภาครัฐให้การสนับสนุนงบประมาณและยอมรับบทบาทของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากร พร้อมทั้งเสนอให้มีการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 รวมถึงเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน

          นอกจากนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เพิ่มเติม รวม 3 กรณี ดังนี้

1. กรณีขอให้ดำเนินการเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการปรับปรุงแก้ไข กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการป่าชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

2. กรณีขอให้ดำเนินการเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดินทำกินของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

3. ขอให้เร่งติดตามความคืบหน้ากรณีคัดค้านการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่แจ่มทับพื้นที่ชุมชนตำบลแม่ศึกและตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

เลื่อนขึ้นด้านบน