กสม. สุภัทรา ประชุมติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ กสม. กรณีปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติงาน

10/03/2569 27

          เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 704 สำนักงาน กสม. นางสาวสุภัทรา  นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมนายบุญแทน  ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. นายจุมพล  ขุนอ่อน รองเลขาธิการ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมการประชุมติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติงาน เพื่อแก้ไขปัญหาการจ้างเหมาบริการที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงานและส่งผลกระทบต่อสิทธิสวัสดิการ ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานอัยการสูงสุด กรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กรมบัญชีกลาง สำนักงานงบประมาณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาระสำคัญของการประชุมได้พิจารณาผลดำเนินการ และพบว่าปัจจุบันมีลูกจ้างเหมาบริการในระบบราชการสูง โดยเฉพาะในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีจำนวนกว่า 70,000 อัตรา ซึ่งส่วนใหญ่ปฏิบัติงานประจำในลักษณะเดียวกับลูกจ้างชั่วคราว แต่ถูกจ้างด้วยงบดำเนินงานในรูปแบบการจ้างทำของ ส่งผลให้พนักงานกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบประกันสังคม (มาตรา 33) ขาดสิทธิการลา และไม่มีความมั่นคงในอาชีพ

          ในที่ประชุม กรมบัญชีกลางชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการส่งร่างสัญญาจ้างมาตรฐาน ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ โดยจะระบุเรื่องการจัดทำประกันภัยให้แก่พนักงานไว้ด้วย พร้อมกับได้ออกหนังสือซักซ้อมความเข้าใจ (ว877) กำชับให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติให้ถูกต้อง คือ เน้นผลสำเร็จของงาน และห้ามบังคับเรื่องการลาหรือมาสายในลักษณะลูกจ้าง ขณะที่สำนักงบประมาณแจ้งว่าปีงบประมาณ 2569 ก.พ. ได้ขออนุมัติอัตราให้ในกลุ่มตำแหน่งหลัก ได้แก่ ครูผู้ช่วย ครูสอนศาสนา และครูพี่เลี้ยงแล้ว จำนวนกว่า 7,000 อัตรา เพื่อบรรเทาผลกระทบในช่วงการปรับโครงสร้างและถ่ายโอนภารกิจตามแนวทางของ ก.พ.ร.

          ซึ่ง กสม. จะรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการประชุมและข้อเสนอแนะ และจะจัดทำหนังสือข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลใหม่ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาสิทธิแรงงานของกลุ่มธุรการและนักการภารโรงอย่างจริงจัง โดยมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการจ้างเหมาที่ไม่มีสวัสดิการไปสู่ระบบการจ้างงานที่มีความคุ้มครองทางสังคม เพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน และจะติดตามผลการดำเนินงานและการจัดสรรงบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของบุคลากรทางการศึกษาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

          ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เน้นย้ำว่า สิทธิแรงงานเป็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ดำเนินการตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการเป็นแบบอย่างการจ้างงานที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การจ้างงานที่ไม่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนทำงาน แต่ยังสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายจากการทำนิติกรรมอำพราง และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องในอนาคตได้

เลื่อนขึ้นด้านบน