กสม. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือนในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่

06/03/2569 19

          เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนางสาวสุภัทรา นาคะผิว นางปรีดา คงแป้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี และนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาประจำ กสม. เข้าร่วม “เวทีรับฟังความคิดเห็นการจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือนในพื้นที่ภาคเหนือ” ในการนี้นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงานโดยกล่าวถึงบทบาทของ กสม. ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนในประเด็นด้านพลังงานซึ่งมีความซับซ้อน ทั้งเรื่องโรงไฟฟ้า การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในระหว่างปี 2550-2567 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไฟฟ้าในภาคเหนือ 12 เรื่อง แม้ไม่ใช่การร้องเรียนเรื่องค่าไฟฟ้าโดยตรง แต่มีผลต่อการคิดคำนวณต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ดังนั้น วัตถุประสงค์ของโครงการจัดทำข้อเสนอแนะเรื่องค่าไฟจึงต้องการรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การเสนอแนะให้ปรับปรุงนโยบายและกฎหมาย

          จากนั้น นายชาญเชาวน์  ไชยานุกิจ ประธานอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน ได้กล่าวถึงกรอบการดำเนินโครงการฯ ซึ่งยึดหลักธรรมาภิบาลของรัฐในการจัดการพลังงาน รวมถึงสิทธิในการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งประชาชนควรจะได้รับทราบที่มาของค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย และรัฐต้องดูแลไม่ให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

          ก่อนเริ่มการรับฟังความคิดเห็น นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อนุกรรมการฯ ได้นำเสนอมุมมองในฐานะผู้แทนผู้บริโภคโดยเปรียบเทียบไฟฟ้ากับสินค้าและบริการอื่น ๆ เพื่อให้เห็นลักษณะพิเศษของไฟฟ้าที่แตกต่างจากสินค้าทั่วไป จากนั้นผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ อนุกรรมการฯ ได้อธิบายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงสร้างระบบพลังงานของประเทศไทย และได้ขยายความเรื่องธรรมาภิบาลของรัฐในการจัดการพลังงาน รวมถึงกรอบของความเป็นธรรมในการกำหนดค่าไฟฟ้าให้ผู้เข้าร่วมเวทีได้เข้าใจถึงมิติของค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม ซึ่งไม่ใช่แค่ราคาถูกหรือแพง แต่ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จากนั้น ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ อนุกรรมการฯ ได้นำเสนอกรณีศึกษาจากต่างประเทศในการวางแผนไฟฟ้าในระดับท้องถิ่น ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการจัดการพลังงาน

          จากนั้น มีการแบ่งกลุ่มอภิปรายระดมความคิดเห็นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สะท้อนปัญหาและนำเสนอข้อเสนอแนะ ซึ่งได้ข้อสรุปที่สำคัญดังนี้

          ประเด็นที่ 1 การเข้าถึงข้อมูลและข้อเท็จจริงของทางภาครัฐและหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงเรื่องต้นทุนทางพลังงาน เนื่องจากการเข้าใจและเข้าถึงข้อเท็จจริงจะนำมาสู่การตั้งคำถาม และการมีส่วนร่วมในการกำหนดอัตราราคาค่าไฟ

          ประเด็นที่ 2 การให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีคุณภาพ ยืดหยุ่นและไม่ผูกขาด โดยเสนอให้ภาครัฐปรับโครงสร้างพลังงานที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานในแบบที่ต้องการ เช่น การเลือกใช้บริการผู้ผลิตไฟฟ้า  การส่งเสริมการผลิตพลังงานทางเลือกเพื่อใช้เอง ผ่านการปลดล็อกกฎหมายที่จำกัดการผลิตและการซื้อขาย และส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดในชุมชนที่มีศักยภาพ

          ประเด็นที่ 3 มาตรการการเยียวยาและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเสนอให้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือเป็นพิเศษ สำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้อาศัยในบ้านเช่า ห้องเช่า ชุมชนห่างไกล ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย และให้รัฐสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่มีคุณภาพในชนบท โดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูงหรืออยู่ห่างไกลซึ่งมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงไฟฟ้า

          ประเด็นที่ 4 ข้อเสนอแนะการคำนวณอัตราราคาค่าไฟ โดยเสนอให้มีการคิดค่า VAT จากค่าไฟฐาน โดยไม่รวมค่าบริการและค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) นอกจากนี้ ค่า Ft ควรมีกำหนดเพดาน และค่าบริการควรปรับเปลี่ยนตามค่าเงินหรือค่าพลังงานที่ลดลง

          ประเด็นที่ 5 การเยียวยาและชดเชยผลกระทบจากโรงไฟฟ้าและการบริการไฟฟ้า โดยเห็นว่า สิทธิในการได้รับการเยียวยาและชดเชยผลกระทบจากโรงไฟฟ้ายังไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบสะสมทั้งทางสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวัน และควรได้รับการคิดอัตราค่าไฟในราคาพิเศษ

          ทั้งนี้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน สำนักงาน กสม. จะรวบรวมและนำไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจต่อไป โดยเวทีถัดไปจะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 มีนาคม 2569

เลื่อนขึ้นด้านบน