กสม. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือนในพื้นที่ภาคใต้ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

19/02/2569 72

            เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ นางปรีดา  คงแป้น และนางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น “การจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน” ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเวทีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่จะสามารถตอบสนองต่อสิทธิในมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง

            จากนั้น นายชาญเชาวน์  ไชยานุกิจ ประธานอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน ได้กล่าวถึงกรอบการดำเนินโครงการซึ่งยึดหลักธรรมาภิบาลของรัฐในการจัดการพลังงาน รวมถึงสิทธิในการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งประชาชนควรจะได้รับทราบที่มาของค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย และรัฐต้องดูแลไม่ให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

            ก่อนเริ่มการรับฟังความคิดเห็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิติ  เอี่ยมจำรูญลาภ อนุกรรมการจัดทำข้อเสนอแนะฯ ได้อธิบายเพื่อขยายความธรรมาภิบาลของรัฐในการจัดการพลังงาน รวมถึงกรอบของความเป็นธรรมในการกำหนดค่าไฟฟ้าให้ผู้เข้าร่วมเวทีได้เข้าใจถึงมิติของค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรมซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องถูกหรือแพง แต่ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยรัฐต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบธรรมาภิบาล

            จากนั้น ได้แบ่งกลุ่มอภิปรายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สะท้อนปัญหาและนำเสนอข้อเสนอแนะ ซึ่งจากการอภิปรายและระดมความคิดเห็น ได้ข้อสรุปที่สำคัญดังนี้

            1. ประเด็นปัญหาสำคัญที่พบในภาคใต้ เช่น

- ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงไฟฟ้าของกลุ่มพื้นที่เฉพาะ เช่น ชุมชนบนเกาะ ชุมชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิหรือที่มีข้อขัดแย้งเรื่องที่ดินกับรัฐ ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงมิเตอร์ถาวร ซึ่งการใช้มิเตอร์ชั่วคราวทำให้มีภาระค่าไฟสูง โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่บนเกาะ ต้องอาศัยการปั่นไฟของเอกชนซึ่งมีราคาค่าไฟฟ้าสูงถึงหน่วยละ 20 บาท บางเกาะต้องจ่ายก่อนถึงจะมีสิทธิใช้ไฟ ในขณะที่บางเกาะยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เช่น ชุมชนมอแกน

- ผลกระทบเชิงพื้นที่ พื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าต้องรับภาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่กองทุนโรงไฟฟ้าไม่ได้ถูกนำมาแก้ปัญหา และได้รับการกระจายผลประโยชน์จากกองทุนอย่างไม่เป็นธรรม

- คุณภาพในการบริการ พบปัญหาไฟตกและไฟดับบ่อยครั้ง ความยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ รวมถึงความยุ่งยากซับซ้อนในการใช้โซลาร์เซลล์ และความโปร่งใสในการให้บริการ

- กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ หรือครัวเรือนที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ไฟ ไม่ได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึง

- การกำหนดราคาค่าไฟฟ้าในอัตราก้าวหน้าส่งผลให้ครัวเรือนที่มีสมาชิกมากต้องจ่ายในอัตราที่แพงขึ้น ในขณะที่ค่าเฉลี่ยการใช้ไฟต่อหัวใกล้เคียงกับครัวเรือนทั่วไป

            2. ข้อเสนอแนะจากที่ประชุม เช่น

- ควรมีแผนแม่บทในการจัดการพลังงานในระดับพื้นที่ เพื่อกระจายอำนาจให้ประชาชนและหน่วยงานในระดับภูมิภาคหรือท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เนื่องจากรับรู้สภาพปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งเสนอให้หน่วยงานควรมีการบูรณาการข้อมูลในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

- รัฐควรส่งเสริมชุมชนในการใช้พลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ

- รัฐควรสนับสนุนโซลาร์เซลล์ชุมชนสำหรับกลุ่มพื้นที่ที่มีปัญหาเฉพาะ

- ควรกำหนดให้กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้มิเตอร์ชั่วคราวเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟประเภทใหม่ และควรปรับแก้ไขหลักเกณฑ์เพื่อให้กลุ่มคนดังกล่าวได้เข้าถึงมิเตอร์ถาวรอย่างเป็นธรรม

- อุปกรณ์ติดตั้งระบบไฟฟ้าควรเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รัฐควรสนับสนุน

- เสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บค่าไฟเพื่อให้ค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บเป็นรายได้พัฒนาท้องถิ่น

            ทั้งนี้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน สำนักงาน กสม. จะรวบรวมและนำไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจต่อไป โดยเวทีต่อไปจะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

เลื่อนขึ้นด้านบน