กสม. ตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน ณ หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า และศูนย์ซักถาม กรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มุ่งยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของสถานที่ควบคุมตัวของหน่วยงานด้านความมั่นคง และเสริมสร้างความสมดุลระหว่างภารกิจด้านความมั่นคงกับหลักสิทธิมนุษยชน

09/02/2569 35

            เมื่อวันที่ 5 - 6 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาติ  เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายบุญเกื้อ  สมนึก ที่ปรึกษาประจำ กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน ณ หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า (ขกท.สน.จชต.) และศูนย์ซักถาม กรมทหารพรานที่ 43 (ฉก.ทพ.43) ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยมีพลตรี กรกฏ  ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และคณะผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ร่วมสังเกตการณ์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงข้อท้าทายเกี่ยวกับการดำเนินงานและการพัฒนาแนวทางความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน

            การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินแนวปฏิบัติของสถานที่ควบคุมตัวของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มีภารกิจควบคุมตัวบุคคลเพื่อซักถามภายใต้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยการตรวจเยี่ยมครอบคลุมด้านนโยบายและการบริหารจัดการ ด้านโครงสร้างกายภาพ และด้านกระบวนการและการปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสากล และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทรมานและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม โดยภารกิจการตรวจเยี่ยมประกอบด้วย การประชุมรับฟังข้อมูลสรุปภาพรวมของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ที่เกี่ยวกับการควบคุมตัวบุคคลเพื่อซักถาม การสำรวจพื้นที่หน่วยซักถาม ขกท.สน.จชต. และศูนย์ซักถาม ฉก.ทพ. 43 การสัมภาษณ์ผู้ที่ถูกเชิญตัวมาซักถามและญาติ รวมถึงการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานเพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงระบบ

            ผลการตรวจเยี่ยม พบว่า สถานที่ควบคุมตัวทั้ง 2 แห่งได้นำมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้เพื่อเสริมสร้างความสมดุลระหว่างภารกิจด้านความมั่นคงกับหลักสิทธิมนุษยชน เช่น การปรับกระบวนการซักถามให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน การปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ห้องซักถามให้เหมาะสมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การนำระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ (Body Camera) มาปรับใช้ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ การจัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง การจัดให้มีห้องพยาบาลและพื้นที่สันทนาการ และการคำนึงถึงความแตกต่างด้านศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. จะนำข้อค้นพบและข้อเสนอแนะจากการตรวจเยี่ยมเสนอต่อหน่วยงานระดับบังคับบัญชาเพื่อยกระดับมาตรฐานสถานที่ควบคุมตัวของหน่วยงานด้านความมั่นคงให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้นต่อไป

            ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า กสม. ให้ความสำคัญกับการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันในสถานที่ควบคุมตัวทุกประเภท รวมถึงสถานที่ควบคุมตัวของหน่วยงานด้านความมั่นคง พร้อมทั้งกล่าวถึงบทบาทของ กสม. ในการเตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นกลไกป้องกันการทรมานระดับชาติ (National Preventive Mechanism: NPM) โดยการตรวจเยี่ยมเป็นกลไกส่งเสริมให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ลดความเสี่ยงต่อการทรมานหรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมต่อผู้ถูกควบคุมตัว พร้อมทั้งได้เน้นย้ำถึงการสร้างความสมดุลระหว่างภารกิจด้านความมั่นคงกับหลักสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพกำลังพลให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

            การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงกับ กสม. ในการส่งเสริมการปฏิบัติงานที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนควบคู่กับการดำเนินภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐ โดยมุ่งเน้นการป้องกันปัญหาเชิงระบบตั้งแต่ต้นทางและเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันอันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นของประชาชนและความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน