สำนักงาน กสม.อีสาน ให้การต้อนรับเและแลกเปลี่ยนการทำงานร่วมกับเอกอัคราชทูต EU ประจำประเทศไทย

29/06/2569 29

          เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ให้การต้อนรับ Mrs. LUISA RAGHER เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสที่ได้เข้าหารือและแลกเปลี่ยนการทำงานร่วมกัน โดยมีนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในนามสำนักงาน กสม. ให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ณ สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น

          ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้

          1) การนำเสนอข้อมูลภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สำคัญ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน สถานะบุคคล สิทธิชุมชน ฐานทรัพยากร ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นักปกป้องสิทธิมนุษยชน การฟ้องปิดปาก และการละเมิดสิทธิข้ามพรมแดน โดยยกตัวอย่างกรณีโครงการในพื้นที่เช่น การผันน้ำโขงเลยชีมูล โครงการรถไฟความเร็วสูง การทำเหมืองแร่ โรงงานไฟฟ้าขยะ โรงงานน้ำตาล โรงงานอุตสาหกรรม ภาวะการปนเปื้อนมลพิษในน้ำโขง เรื่องสถานะบุคคลในพื้นที่ชายแดนที่อุบลราชธานี และชาวบ้านที่ต้องอพยพย้ายถิ่นในช่วงสถานการณ์การสู้รบ

          2) การนำเสนอตัวอย่างกรณีร้องเรียนในพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องเรียนและมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์ เช่น 1) ผลกระทบจากโรงงานหลอมยางรถยนต์ ที่ขอนแก่น ที่ กสม.ไปร่วมตรวจสอบจนมีการตรวจสอบจากผู้เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจ จึงทำให้มีคำสั่งปิดเพื่อปรับปรุงโรงงานและให้มีกระบวนการชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน 2) กรณีเหมืองหินและโรงโม่หินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ที่ กสม.ตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งน้ำซับซึมและมีโบราณสถานที่อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียน จึงไม่เหมาะสมที่จะทำเหมือง โดยมีการเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณา และ 3) กรณีโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลที่บุรีรัมย์ ซึ่ง กสม.ตรวจสอบพบว่า กระบวนการจัดทำ EIA ขาดความรอบด้านในการมีส่วนร่วมของประชาชน กสม.จึงมีข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนและจัดเวที EIA ใหม่ เป็นต้น

          3) ภารกิจด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ ได้มีการแลกเปลี่ยนการทำงานด้านความหลากหลายทางเพศ สิทธิแรงงาน และการฟ้องปิดปาก ดังนี้

          3.1) ด้านการขับเคลื่อนงานด้านความเสมอภาคและความหลากหลายทางเพศ โดยสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับภาคีในจังหวัดขอนแก่นตั้งแต่ปี 2567 และในปี 2569 ได้เป็นองค์กรร่วมจัดและเสวนาในหัวข้อด้านความหลากหลายทางเพศใน 3 จังหวัด คือ มุกดาหาร อุบลราชธานี และชัยภูมิ

          3.2) ด้านสิทธิแรงงาน มีการอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความรู้อาสาสมัครแรงงาน (อสร.) ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีแรงงานไปทำงานต่างประเทศสูงสุด คือ โคราช อุดรธานี และขอนแก่น จังหวัดละ 50 คน รวม 150 คน เพื่อมาช่วยป้องกันการถูกหลอกลวงจากนายหน้า รวมถึงการเข้าถึงเยียวยาให้กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ

          3.3) การฟ้องปิดปาก เช่น กรณีนักข่าว Isaan Record ถูกฟ้อง สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดเวทีเสวนาร่วมกับสมาคมสื่อมวลชนขอนแก่นเพื่อเสวนาเรื่องเสรีภาพสืื่อ โดยเชิญผู้ถูกฟ้องคดีร่วมวงเสวนาด้วย นอกจากนี้ สำนักงาน กสม. ยังมีหนังสือไปยังกองทุนยุติธรรมเพื่อให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ให้กับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานซึ่งถูกดำเนินคดีสืบเนื่องจากการในการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศด้วย

          ช่วงท้ายการหารือ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความหลากหลายในพื้นที่

 

 

 

 

 

เลื่อนขึ้นด้านบน