สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน รุกจัดเวที “คลินิกสิทธิมนุษยชน” 3 จังหวัดใหญ่ บูรณาการหน่วยงานภาครัฐเสริมภูมิคุ้มกัน อสร. เพื่อเป็นด่านหน้าในการสกัดกั้นปัญหาแรงงานภาคอีสานถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

24/06/2569 58

          เมื่อวันที่ 15 - 20 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ได้ดำเนินโครงการ “คลินิกสิทธิมนุษยชน: การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเชิงป้องกัน ประเด็นสิทธิแรงงาน กรณีถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดที่มีสถิติแรงงานเดินทางไปทำงานต่างประเทศสูงที่สุด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี

โดยเวทีที่ 1 จัดกิจกรรมในวันที่ 15 -16 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแคนทารี โคราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เวทีที่ 2 จัดกิจกรรมในวันที่ 17 -18 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเจริญธานี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และเวทีที่ 3 จัดกิจกรรมในวันที่ 19 - 20 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเดอะพรรณราย อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี กลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 เวที ได้แก่ อาสาสมัครแรงงาน (อสร.) ในระดับตำบลของทั้ง 3 จังหวัด ๆ ละ 50 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 150 คน

          การจัดเวทีดังกล่าว มีเป้าหมายอันเป็นหัวใจสำคัญของโครงการคือ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานยุติธรรมจังหวัด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เพื่อร่วมกันอุดช่องว่าง (Gap) ในการประสานงานและออกแบบกลไกการแจ้งเบาะแสให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นพัฒนาศักยภาพของ อาสาสมัครแรงงาน (อสร.) ซึ่งเป็นด่านหน้าในระดับชุมชน ให้มีความรู้และทักษะในการเฝ้าระวังและให้คำปรึกษาแก่ชาวบ้านเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของนายหน้าเถื่อน และยังได้รับเกียรติจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัด หลายจังหวัดเป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมี นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานีมี นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งร่วมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันปัญหาการหลอกลวงแรงงาน อันเป็นปัญหาที่สร้างความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสถิติคนงานเดินทางไปต่างประเทศมากที่สุด และมักถูกจูงใจด้วยคำสัญญาเรื่องรายได้ที่สูงเกินจริง จนนำไปสู่ปัญหาหนี้สินและการถูกละเมิดสิทธิในต่างแดน

          นอกจากนี้ ตลอดทั้ง 3 เวที นายบุญแทน ตันสุเทพวีระวงศ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เป็นวิทยากรร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน เพื่อให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเชื่อมโยงกับสิทธิแรงงาน พร้อมทั้งร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เติมเต็มข้อมูลในกิจกรรม Workshop และการออกแบบแผนงานเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันปัญหาในระดับพื้นที่ ที่บรรดา อสร.แต่ละจังหวัดได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นออกแบบ ทั้งการวิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่ การสร้างกลไก เกราะ 3 ชั้น (แจ้งข้อมูล เฝ้าระวัง และส่งต่อเคสในระดับพื้นที่) ปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติหน้างานที่เชื่อมโยงกับการบูรณาการเครือข่ายอื่น ๆ และต้องอาศัยการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกระทรวงแรงงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สำคัญในเวทีได้แก่ การอภิปรายสถานการณ์ด้านปัญหาการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสียงและประสบการณ์ของผู้เสียหายจากการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศโดยตัวแทนของกลุ่มสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย (Migrant Workers Union of Thailand: MWUT) และ อสร. ในพื้นที่ การแสดงบทบาทสมมติ (Roleplay) เพื่อฝึกทักษะการให้ความรู้และรับมือการแก้ปัญหาสถานการณ์การละเมิดสิทธิแรงงาน รวมถึงการแลกเปลี่ยนและเจาะลึกข้อกฎหมายด้านการถูกหลอก ปัญหาการค้ามนุษย์ เข้าถึงกลไกการร้องเรียนและการเยียวยาผู้เสียหาย เป็นต้น

          ทั้งนี้การจัดโครงการ “คลินิกสิทธิมนุษยชน : การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเชิงป้องกัน ประเด็นสิทธิแรงงาน กรณีถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือการจัดในทั้ง 3 จังหวัดนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่บรรดา อสร. ซึ่งต่างเป็นแกนนำในระดับชุมชนแล้ว แต่ยังเป็นการมุ่งสร้างเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนที่ยั่งยืน เพื่อสร้างแผนงานและแนวทางการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต โดยมุ่งหวังว่าพลังของการบูรณาการจากทุกภาคส่วนจะช่วยเปลี่ยนความขัดแย้งและปัญหาการหลอกลวงให้เป็นการเฝ้าระวังที่เข้มแข็ง เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและสิทธิของแรงงานไทยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน