สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดเสวนา “กฎหมายรับรองเพศสภาพฯ” มุ่งสร้างสังคมเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมทางเพศ

17/06/2569 13

          เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) ร่วมกับกลุ่มพะยูนศรีตรัง และภาคีเครือข่าย ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ผู้แทนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตรัง ผู้แทนสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคธุรกิจในพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการในหัวข้อ “กฎหมายรับรองเพศสภาพและการเปลี่ยนคำนำหน้านามของบุคคลหลากหลายเพศ” โดยมีเข้าร่วมงานประมาณ 100 คน ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง

          ในการเสวนาครั้งนี้ นางสาวอณิชภัทร สิทธิดำรงค์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ได้ร่วมเป็นวิทยากร โดยกล่าวถึงหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) อาทิ การรับเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายต่อรัฐบาลและรัฐสภา โดย กสม. ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนในการขับเคลื่อน พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งปัจจุบันมีผลบังคับใช้แล้ว และสนับสนุนเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในสิทธิมนุษยชนของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งกฎหมายรับรองเพศสภาพ เพื่อรองรับสิทธิในการเปลี่ยนคำนำหน้านาม และร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล และเน้นย้ำความสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติ ในมิติความหลากหลายทางเพศที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในสังคม

          การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่สาธารณชน ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของสำนักงาน กสม. ในการส่งเสริมให้สังคมเคารพในอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับอย่างเสมอภาค โดยมุ่งหวังว่า ไม่ว่าบุคคลจะมีอัตลักษณ์ทางเพศใด จะสามารถและลดการเลือกปฏิบัติในสังคม เพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน

เลื่อนขึ้นด้านบน