สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมเวทีเสวนา “สิทธิที่จะอยู่ในเมือง” และรับหนังสือคัดค้านจากเครือข่ายประชาชนริมรางต่อ (ร่าง) พ.ร.บ. TOD หวั่นกระทบสิทธิในที่อยู่อาศัยและการมีส่วนร่วม

22/05/2569 8

          เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม 3 ตึก HS05 คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) นำโดยนายอภิสิทธิ์  พันธ์วิไล หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมเป็นวิทยารกรแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีเสวนาสาธารณะ หัวข้อ “สิทธิที่จะอยู่ในเมือง : ชุมชนริมรางขอนแก่นกับอนาคตภายใต้ TOD จัดโดย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ สภาริมรางเมืองขอนแก่น ตัวแทนเครือข่ายชุมชนริมทางรถไฟในพื้นที่ภาคอีสาน นักวิชาการ และผู้แทนภาคการเมืองเข้าร่วม เพื่อหารือถึงผลกระทบจาก (ร่าง) พระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. .... หรือแนวคิดการพัฒนาพื้นที่แบบ TOD (Transit-Oriented Development)

          ในโอกาสนี้ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมรับฟังข้อเท็จจริงและข้อห่วงกังวลของประชาชนในเวที ซึ่งสะท้อนว่า (ร่าง) พ.ร.บ. ดังกล่าว ยังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างทั่วถึงและรอบด้าน ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิในที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนจนเมืองที่อาศัยอยู่เดิมในพื้นที่ริมทางรถไฟ

          ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมและวิทยากรในเวทีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการพัฒนาเมือง พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรมเพื่อประกอบการพิจารณากฎหมายให้สอดคล้องกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในมิติการมีส่วนร่วมและหลักประกัน ด้านมาตรฐานคุณภาพชีวิต สรุปได้ ดังนี้ 1) การกำหนดสัดส่วนพื้นที่ ควรมีการกำหนดสัดส่วนพื้นที่ภายในโครงการให้ชัดเจนเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมในพื้นที่ 2) การประเมินผลกระทบที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Impact Assessment) อย่างรอบด้าน 3) การมีกลไกระงับข้อพิพาท ซึ่งควรมีคนกลางทำหน้าที่ระงับข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นระหว่างรัฐ กลุ่มทุน และประชาชน 4) การมีส่วนร่วมในเชิงบริหาร ซึ่งจำเป็นต้องให้มีสัดส่วนของตัวแทนชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการบริหารสถานี และ 5) การเยียวยาที่เป็นธรรม โดยหากมีการเวนคืนที่ดิน ต้องประเมินผลกระทบให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการประกอบอาชีพ การศึกษา และการสาธารณสุข ไม่ใช่เพียงการจ่ายค่าชดเชยเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว

          นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ จังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี และผู้ได้รับผลกระทบ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขอให้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในประเด็นการคัดค้านและขอให้ชะลอการยก (ร่าง) พระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกลับไปทบทวนเนื้อหาให้เกิดความรอบด้านและเพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนจนเมือง

          ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้ติดตามและขับเคลื่อนอย่างมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการประสานและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน