ที่ปรึกษาประจำ กสม. ลงพื้นที่อำเภอขนอม รับฟังเสียงชุมชน–หน่วยงานรัฐ เดินหน้ากระบวนการมีส่วนร่วม กรณีเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้

02/04/2569 13

          เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ว่าการอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาวมณีรัตน์  มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ธนพร ศรียากูล วิทยากร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ลงพื้นที่เข้าพบและประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน ในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน

          การประชุมดังกล่าวมุ่งรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวล และข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอขนอม โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ อาทิ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ยังขาดความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ความกังวลเรื่องแนวเขตทับซ้อนกับที่ดินทำกินและเอกสารสิทธิ์ ความไม่เชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ ตลอดจนความไม่ชัดเจนของข้อมูลแผนที่และแนวเขตพื้นที่

          ต่อมา เวลา 13.30 น. จัดกิจกรรม “คลินิกสิทธิมนุษยชน” ณ สมาคมประมง อำเภอขนอม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนได้สะท้อนความคิดเห็นอย่างรอบด้าน พบว่าภาคประชาชน และชุมชนมีจุดยืนคัดค้านการประกาศเขตอุทยานฯ เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อที่ดินทำกิน วิถีชีวิต และการพึ่งพาทรัพยากรท้องถิ่น อีกทั้งยังสะท้อนปัญหาการมีส่วนร่วมที่ไม่ทั่วถึง ข้อมูลจากภาครัฐไม่เพียงพอ และการไม่เปิดเผยแผนที่แนวเขตอย่างละเอียด

          นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น การจำกัดพื้นที่ประมงพื้นบ้าน การลดลงของรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางทะเล รวมถึงความไม่มั่นคงในสิทธิที่ดิน โดยชุมชนเห็นว่ามีระบบการจัดการทรัพยากรของตนเองที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว และเสนอให้ใช้แนวทางที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีบทบาทนำมากยิ่งขึ้น

          จากนั้นในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ปรึกษาประจำ กสม. และคณะ ได้เข้าหารือร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ ทราบว่า พื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 มีการปรับลดพื้นที่จาก 197,000 ไร่ เหลือประมาณ 73,000 ไร่ อย่างไรก็ตาม ประชาชนและชุมชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของข้อมูลแผนที่ การสื่อสารที่ไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม และการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐที่ยังไม่เป็นเอกภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือข้อร้องเรียนในกระบวนการดำเนินงานในอนาคต

          ต่อมา เวลา 14.30 น. ได้จัดกิจกรรมคลินิกสิทธิมนุษยชน ณ ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าและประมงชายฝั่งบ้านในถุ้ง เพื่อการรับฟังเสียงของกลุ่มประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกำหนดพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานบริเวณเกาะวังนอก–เกาะวังใน อันเป็นแหล่งทำกินสำคัญ โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านได้สะท้อนความกังวลว่า การประกาศเขตอุทยานฯ อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำกิน รายได้ที่ลดลง และข้อจำกัดด้านสิทธิจากกฎหมายที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นของการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำหน้าที่เป็นคนกลางในการจัดเวทีเจรจาระหว่างหน่วยงานรัฐกับชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทในการจัดทำข้อมูลทรัพยากรและกำหนดกติกาการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

          ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของกรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่เพียงการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติเท่านั้น หากแต่เป็นความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการที่โปร่งใส มีส่วนร่วม และเคารพสิทธิของประชาชน เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการดำรงวิถีชีวิตของชุมชนได้อย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

เลื่อนขึ้นด้านบน