สำนักงาน กสม. ร่วมเวที “จากอเมซอนสู่ลุ่มน้ำโขง” สะท้อนช่องว่างการแก้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนแม่น้ำโขง-แม่น้ำกก พร้อมเสนอผลักดันแผนปฏิบัติการระดับชาติและกฎหมายคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี

15/01/2569 208

          เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่อาคารสัปปายะสภาสถาน รัฐสภา มูลนิธิเวสต์มินสเตอร์เพื่อประชาธิปไตย (WFD) ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และกรีนพีซ ประเทศไทย จัดเวทีเสวนาสาธารณะ “จากอเมซอนสู่ลุ่มน้ำโขง: ก้าวต่อไปของประเทศไทยในการขับเคลื่อนประชาธิปไตยด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อสร้างความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสาธารณะและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

          เวทีเริ่มด้วยนางสาวเกศชฎา  พรหมจรรย์ ผู้อำนวยการ WFD สำนักงานประเทศไทย กล่าวต้อนรับและย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมผ่านกลไกประชาธิปไตย จากนั้นนายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ที่ปรึกษาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้ระบุถึงเป้าหมายระดับชาติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 47 ภายในปี 2035 ตามข้อตกลงปารีส พร้อมเน้นย้ำว่าความสำเร็จต้องอาศัย "ประชาธิปไตยด้านสิ่งแวดล้อม" ที่ยึดหลักการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงความยุติธรรมตามปฏิญญาริโอข้อที่ 10 ขณะที่นายนรเศรษฐ์  ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ชี้ให้เห็นว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมคือวาระหลักทางประชาธิปไตยที่ต้องการรากฐานทางกฎหมายที่เป็นธรรมเพื่อทดแทนโครงสร้างการจัดการแบบเดิม

          จากนั้น ผศ. ภาณุภัทร  จิตเที่ยง ผู้แทนไทยใน AICHR กล่าวปาฏกถา โดยนำเสนอความสำเร็จของปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่วางประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ปฏิญญานี้ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตรง ความสำเร็จที่แท้จริงจึงต้องขึ้นอยู่กับการผลักดันกฎหมายภายใน เช่น พระราชบัญญัติอากาศสะอาด และการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ (National Action Plan) เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน 

          ในช่วงการเสวนา นายจุมพล  ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวถึงภารกิจหลักของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทั้งในด้านการคุ้มครอง การส่งเสริม และการเฝ้าระวัง ซึ่งในมิติของสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน กสม. มุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองสิทธิผ่านการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งในรูปแบบการรับเรื่องร้องเรียนและแบบเชิงรุก โดย กสม. สามารถตรวจสอบกรณีที่มีผลกระทบเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนไทย รวมถึงตรวจสอบการจัดการของหน่วยงานรัฐ และบทบาทของบริษัทเอกชนหรือสถาบันการเงินของไทยที่ไปลงทุนข้ามพรมแดนได้ ดังเช่นกรณีสารหนูในแม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำสาย ที่กระทบต่อสิทธิของประชาชนในการใช้น้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงรายและเชียงใหม่ รวมถึงผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดเชียงราย และกรณีผลกระทบจากเขื่อนปากแบง ที่อาจส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิของประชาชนที่พึ่งพาลำน้ำโขง ทั้งยังมีการดำเนินการโดยที่ยังขาดข้อมูลการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดน (TB EIA) ทั้งนี้ พบว่าช่องว่างในภาพรวมที่คือการขาดข้อมูลมลพิษแบบเรียลไทม์ ขาดข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยง และการไม่มีกฎหมายที่จัดการกับผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน

          นอกจากนี้ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นยังได้ร่วมสะท้อนปัญหาและข้อเสนอ โดย ดร. ชมเกตุ งามไกวัล จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงผลประเมินดัชนีประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อมของไทยที่ทำได้เพียง 1.2 จาก 3 คะแนน พร้อมเสนอให้เร่งผลักดันกฎหมายเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษ (PRTR) และกฎหมายการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ส่วนนางสาวรสริน  อมรพิทักษ์พันธ์ จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่นำเสนอความก้าวหน้าของร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ขณะที่นางสาว ส. รัตนมณี พลกล้า จากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ได้ย้ำถึงปัญหาการฟ้องปิดปาก (SLAPP) ที่รุนแรงขึ้น และเสนอให้ยกเลิกโทษอาญาในคดีหมิ่นประมาทเพื่อลดภาระแก่ภาคประชาชน พร้อมทั้งเสนอให้ผลักดันกฎหมายการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) เพื่อป้องกันความขัดแย้งตั้งแต่ต้นทางก่อนเริ่มโครงการ

          ทั้งนี้ กสม. เตรียมผลักดัน “แผนปฏิบัติการระดับชาติ” (National Action Plan) เพื่อแปลงเจตนารมณ์ “ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด สุขภาพดี และยั่งยืน” (ASEAN Declaration on the Right to a Safe, Clean, Healthy and Sustainable Environment) สู่การปฏิบัติจริง และเสนอแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมสิทธิของกลุ่มเปราะบางและการมีส่วนร่วมที่แท้จริงต่อไป

          ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามบันทึกการเสวนาย้อนหลังได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจของคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ที่ https://www.facebook.com/share/v/1AcfAS3VJk/

เลื่อนขึ้นด้านบน