กสม.ศยามล ร่วมเสวนาในงานรำลึก 33 ปี สืบ นาคะเสถียร

11/09/2566 211
          เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2566 เวลา 13.30 น. ที่ห้องเอนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นวิทยากรเสวนา หัวข้อ “โครงการที่มีผลกระทบต่อผืนป่าและสัตว์ป่า เมื่อช้างป่าไม่ได้อยู่แค่ในป่า”เนื่องในโอกาสรำลึก 33 ปี สืบ นาคะเสถียร ร่วมกับ ดร.พิเชฐ  นุ่นโต ผู้เชี่ยวชาญช้างป่าเอเชีย IUCN SSC นายเผด็จ  ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีช้างป่าเมื่อไม่ได้อยู่แค่ในป่า และเข้ามาในชุมชน จึงส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการคุ้มครอง ได้แก่ สิทธิในชีวิต (Right to life) สิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสำหรับตนเองและครอบครัว (Rights to adequate standard of living) และสิทธิชุมชน (Community rights) ทั้งนี้ได้เสนอทางออกในการบริหารจัดการช้างป่ากับการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยทุกภาคส่วนในสังคม ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ต้องร่วมมือกันทำงานในรูปแบบของคณะทำงานระดับพื้นที่ (ตำบล) และมีภารกิจ ดังนี้

          1. รวบรวมข้อมูลสภาพปัญหาในพื้นที่ ได้แก่ จำนวนประชากรของช้าง เส้นทางเดินของช้าง พฤติกรรมของช้าง ลักษณะความเสียหายที่เกิดจากช้าง แผนและแนวทางป้องกันช้างป่า โดยผสมผสานความรู้ของชุมชนกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          2. จัดทำแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาเสนอต่อคณะกรรมการระดับจังหวัดและระดับชาติ เพื่อการดำเนินการของหน่วยงานและการจัดสรรงบประมาณ

          3. ประเมินผลและติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ องค์ประกอบของคณะทำงาน/คณะกรรมการ ต้องมาจากทุกภาคี กรณีเมื่อเกิดความเสียหายจากช้างป่าขึ้นแล้ว ให้องค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งใกล้ชิดประชาชนเป็นหน่วยงานรับคำร้องจากผู้ได้รับความเสียหาย และส่งคำร้องไปยังคณะกรรมการจังหวัดพิจารณาจ่ายเงินเยียวยา

          นอกจากนี้ อาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่ายังเป็นกำลังสำคัญหลักในภารกิจของคณะทำงานระดับพื้นที่ โดยมีสถานะเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า จึงขอเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพของอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่า โดยสร้างเครือข่ายอาสาสมัครรอบผืนป่า อบรมอาสาสมัครให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเฝ้าระวังช้างป่าสนับสนุนอุปกรณ์/เทคโนโลยีในการผลักดันช้างป่า และจัดสวัสดิการ ค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเสี่ยงภัย การประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิตให้แก่อาสาสมัครฯ ทั้งนี้ งบประมาณในการสนับสนุนสวัสดิการของอาสาสมัครฯ และการเยียวยาความเสียหาย มาจากส่วนราชการ ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการระดมทุนจากประชาชน อย่างไรก็ดี ยังพบปัญหาการขาดความเข้าใจในการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้ยังไม่สามารถใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลื่อนขึ้นด้านบน