กสม. ศยามล ร่วมอภิปรายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 (Thailand Research Expo 2023)

09/08/2566 203
                วันพุธที่ 9 สิงหาคม 2566 เวลา 09.30 น. นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นวิทยากรอภิปราย หัวข้อ “การขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน เพื่อสังคมเป็นธรรมอย่างยั่งยืน” ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 (Thailand Research Expo 2023) จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติและคณะอนุกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โดยมี คุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค และศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์  กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและอดีตผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นวิทยากร ณ ห้องประชุม Lotus Suite 7 ชั้น 22 โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

                ในการอภิปรายดังกล่าว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกระบวนการที่สำคัญของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คือ กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ทางแพ่ง และทางอาญา
และการเข้าถึงความยุติธรรม โดยบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นั้น มีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ซึ่งพบว่ายังมีความจำเป็นต้องศึกษาและพัฒนางานวิจัยที่แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในทางนโยบายและกฎหมาย ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พันธกรณีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 9 ฉบับ
และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาของวิธีปฏิบัติงานที่มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน ด้วยการออกกฎหมายลำดับรอง ได้แก่ กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ ในการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการควบคุมการกระทำทางปกครอง ทางแพ่ง และทางอาญา ในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้การประกอบธุรกิจของภาคเอกชนต้องมีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามแนวทางของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้น จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยนโยบายของรัฐบาลอันมีวิสัยทัศน์ของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

                สำนักงาน กสม. ได้มีการศึกษาวิจัยช่วงระยะเวลาการดำเนินงานมา 23 ปี (ปี พ.ศ. 2543 – 2565) จำนวน 77 ชิ้นงาน จัดเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1) งานศึกษาและประเมินผลการทำงานขององค์กรของ สำนักงาน กสม. และบทบาทหน้าที่ของ กสม. 2) งานศึกษาเกี่ยวกับการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ 3) งานศึกษาเกี่ยวกับการค้นพบองค์ความรู้และทางออกของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นสิทธิด้านต่าง ๆ

                ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตงานวิจัยที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหานับว่ามีความสำคัญและจำเป็นต่อการนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอทางนโยบายและกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ดังนี้
                1. กระบวนการยุติธรรมทางอาญา กสม. พบว่าประเด็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม มีสถิติเรื่องร้องเรียนจำแนกตามประเภทสิทธิมนุษยชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (1 ตุลาคม 2565 -
31 มีนาคม 2566) มีจำนวน 80 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 17.09 ซึ่งมากเป็นอันดับสองของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด จากสถิติดังกล่าว กสม. เห็นว่าควรมีการผลักดันการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
โดยมุ่งเน้นพัฒนาอนาคตกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทยที่รับรองสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมสำหรับทุกคน (Access to Justice) โดยเฉพาะในขั้นตอนการจับกุมและการสอบสวน
เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม (Crime Control) สมดุลกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน (Due Process)  ปัจจุบัน กสม. ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการวิจัยชุดโครงการแนวทางการจัดตั้งกลไกป้องกันระดับชาติ และพัฒนามาตรฐานการตรวจสถานที่คุมขังตามพิธีสารเลือกของอนุสัญญา ว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่น ที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี การสอบสวน ระบบการให้ความเห็นทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและการเยียวยาผู้เสียหายจากการทรมาน พัฒนามาตรฐานและระบบการเยียวยาผู้เสียหายจากการทรมานและบังคับสูญหาย
                ข้อเสนอที่ควรมีในการวิจัยดังกล่าว คือ
- สิทธิที่จะได้รับการดำเนินคดีอาญาตามกระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็ว
- สิทธิที่จะได้พบศาลโดยพลัน
- การปล่อยตัวชั่วคราว
- การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดหรือไม่เสียค่าใช้จ่าย
- กฎหมายปิดปาก หรือ การดำเนินคดีเชิงกลยุทธ์เพื่อหยุดยั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน (Strategic Litigation Against Public Participation : SLAPP) เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

                2. กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง
สถานการณ์ปัญหา : มีการจัดทำกฎหมายที่สร้างภาระให้แก่ประชาชนเกินความจำเป็น และใช้ดุลพินิจที่ไม่ได้สัดส่วนในการกระทำทางปกครองที่ส่งผลต่อการละเมิดสิทธิ ได้แก่ สิทธิในที่ดิน สิทธิชุมชนกับโครงการพัฒนา และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อากาศ ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ การเลือกปฏิบัติต่อสิทธิของกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์ คนไร้สถานะบุคคล คนจนเมือง ผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้หนีภัยสงคราม ผู้ใช้แรงงาน และแรงงานข้ามชาติ เป็นต้น ซึ่งเชื่อมโยงทั้งการใช้อำนาจของรัฐ และการออกใบอนุญาตในการประกอบกิจการของภาคธุรกิจ

                ข้อเสนอแนะต่องานวิจัยศึกษาโดยภาพรวม
                1. การสำรวจพรมแดนความรู้ของงานศึกษาที่ใช้ฐานของสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ได้แก่ สิทธิพลเมืองและการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และสิทธิของกลุ่มประชากรเฉพาะ เพื่อนำมากำหนดยุทธศาสตร์งานวิจัยด้านสิทธิมนุษยชน ที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
                2. การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในการกำหนดตัวชี้วัดการเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชน และใช้ platform ของเทคโนโลยี ทำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเสนอสถานการณ์ปัญหา การแก้ไขปัญหา และการเข้าถึงความยุติธรรม
                3. วิจัยเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์รายงานตรวจสอบของ กสม. กับคำวินิจฉัยของศาลปกครอง คำพิพากษาของศาลยุติธรรม โดยเฉพาะในประเด็นสิทธิชุมชน สิทธิในที่ดิน และการเลือกปฏิบัติ
                4. กำหนดกลไกของโหนดงานวิจัยด้านสิทธิมนุษยชน ที่เป็นการสร้างเครือข่ายนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และนักศึกษา ในการศึกษาสภาพปัญหาการละเมิดสิทธิ การวิเคราะห์สาเหตุแห่งปัญหา ปัจจัยเสี่ยง การกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหา และข้อเสนอในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยสำนักงาน กสม. ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์งานวิจัย และรวบรวมงานวิจัยด้านสิทธิมนุษยชนไว้เป็นหมวดหมู่
 
เลื่อนขึ้นด้านบน