กสม. ศยามล ให้สัมภาษณ์ประเด็นการประเมินธรรมาภิบาลป่าไม้ในประเทศไทย

13/07/2566 205
          เมื่อวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.00 น. นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ออนไลน์กับ ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (Regional Community Forestry Training Center : RECOFTC Thailand) ประเด็นการประเมินธรรมาภิบาลป่าไม้ในประเทศไทย

          การสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิจัยของ RECOFTC Thailand เพื่อประเมินธรรมาภิบาลป่าไม้ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เนปาล ไทย และเวียดนาม รวมถึงพิจารณากลไกระดับอาเซียนและข้อริเริ่มระหว่างประเทศ ประเมินเสาหลักของธรรมาภิบาลป่าไม้ รวมถึงกรอบกฎหมาย การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการตัดสินใจและการดำเนินนโยบาย

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความเห็นต่อการประเมินสถานะปัจจุบันของธรรมาภิบาลป่าไม้ประเทศไทย อยู่ในระดับที่ 3 (1 – 5) เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 7 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าไม้
พ.ศ. 2484 พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พ.ร.บ. สวนป่า พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
และ พ.ร.บ. ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ได้เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการป่า โดยในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หัวหน้าเขตพื้นที่ป่า หรืออธิบดี และการตื่นตัวในการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนที่ติดตามตรวจสอบ แต่ในทางปฏิบัติขององค์กรยังไม่มีวัฒนธรรมการทำงานที่สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เน้นการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน คำนึงถึงผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม คำนึงถึงกลุ่มชาติพันธุ์ ชุมชนท้องถิ่น และผู้หญิงที่มีบทบาทในการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ป่าตามประเพณีวัฒนธรรม ทั้งนี้ เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ คือ การปรับปรุงและจัดทำระเบียบวิธีการปฏิบัติงานที่ต้องอยู่บนหลักการดังกล่าว
การจัดการที่ดินของรัฐที่ไม่ซ้อนทับกัน การให้ประชาชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าไม้และต้องมีการปฏิรูปกฎหมายบนหลักการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการพัฒนา
อย่างยั่งยืน
เลื่อนขึ้นด้านบน