กสม.ศยามล ร่วมสัมมนาการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมาย มุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

11/06/2566 752

            เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 เวลา 10.30 น. นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อ “การปฏิรูปกฎหมายกับแนวคิดสิทธิมนุษยชน” ในงานสัมมนาการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมาย มุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม "The Future of Legal Transformation 2023"  ซึ่งจัดโดยสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ณ โรงแรม Novotel Bangkok Platinum

            ในการบรรยายดังกล่าวกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวถึง การทำงานปฏิรูปกฎหมายในช่วงดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) และดำเนินงานฝ่ายเลขาให้กับคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน (ปกร.) (พ.ศ. 2557 - 2562) โดยปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ คือ บุคลากรที่มีองค์ความรู้สหวิทยาการ ทั้งด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ วิธีการสร้างองค์ความรู้เริ่มจากการศึกษางานวิจัยในเชิงเปรียบเทียบทั้งระบบคิด แนวทางที่เหมาะสม เปรียบเทียบกับงานวิจัยของต่างประเทศ การเรียนรู้จากการทำงานร่วมกับคณะอนุกรรมการที่มีผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา สร้างทักษะการคิดวิเคราะห์กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย การทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับประชาชนผ่านกระบวนการถกแถลง (Debate) การสานเสวนา(Dialogue) การจัดทำ Issue Book (การกำหนดประเด็น การรวบรวมความเห็น การนำเสนอทางเลือกต่างๆ และการหาฉันทามติ)

             นอกจากนี้บุคลากรต้องเข้าใจระบบการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้สามารถนำมาตรการทางการบริหารมาใช้แก้ไขปัญหาได้โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเสมอไป ผลงานของคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน (ปกร.) ได้แก่ การยกเลิกขั้นตอนการออกใบอนุญาตในการประกอบอาชีพ (Guillotine/กิโยติน) เช่น การลดขั้นตอนการบังคับคดีเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกบังคับคดีและล้มละลาย การจัดทำพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ช่วยให้ผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษแล้วสามารถประกอบอาชีพให้บริการนวดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอระยะเวลาหนึ่งปี เป็นต้น การปฏิรูปกฎหมายหากไม่แก้ไขที่ประเด็นปัญหาและเชื่อมโยงกับโครงสร้างของกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ก็จะพัวพันเป็นปัญหาใหม่ต่อไปได้ และที่สำคัญรัฐบาลจำเป็นจะต้องมีสำนักงานที่รองรับการปฏิรูปกฎหมายที่เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อให้นโยบายของรัฐบาลบรรลุผลสำเร็จได้

             นางสาวศยามล กล่าวต่อว่า สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของทุกคน ซึ่งมาพร้อมกับสิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบตั้งแต่การตั้งครรภ์ เกิด เติบโต และตาย สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องเดียวกับหลักประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และหลักความยุติธรรม ข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ จะรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีการจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะ ตัวอย่างเช่น คุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับราชการ ข้อที่ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย แก้ไขเป็น ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลายจากการทุจริตเท่านั้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำที่ผ่านมาส่งผลให้บุคคลล้มละลายจากการประกอบอาชีพได้ ขณะนี้ กสม. กำลังขับเคลื่อนแนวคิดธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักในการจัดทำรายงานการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนในการประกอบกิจการ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้แรงงาน คุ้มครองชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการเยียวยาจากการได้รับผลกระทบของการประกอบกิจการ

            นอกจากนี้ กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนสิทธิในกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด จึงได้สนับสนุนให้มีพระราชบัญญัติป้องกันและการปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ข้อเสนอการลดขั้นตอนและรับรองสิทธิในการจัดการศึกษาแบบบ้านเรียน (home school) ข้อเสนอร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ ข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งในการรับรองสิทธิในที่ดินของบุคคลและชุมชนที่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามวิถีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และการครอบครองทำประโยชน์ที่ดินก่อนการประกาศที่ดินของรัฐ โดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทำงานเชิงรุกในการสำรวจกลุ่มบุคคลและชุมชนที่ครอบครองที่ดินในแต่ละกลุ่มพื้นที่และวางแผนการบริหารจัดการที่ดินร่วมกับประชาชนและหน่วยงานของรัฐ ข้อเสนอให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment :SEA) เพื่อให้ชุมชนได้วางแผนการพัฒนาพื้นที่ตามความต้องการของชุมชน และข้อเสนอการคุ้มครองสิทธิของชุมชนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี

เลื่อนขึ้นด้านบน