กสม. จัดเสวนาเรื่อง "ใบรับรองแพทย์กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"

24/05/2566 162
           เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00-16.30 น. นางสาวสุภัทรา  นาคะผิว นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายบุญแทน  ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. นายภาณุวัฒน์  ทองสุข ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมการเสวนาเรื่องใบรับรองแพทย์กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อร่วมระดมความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในใบรับรองแพทย์ ผลกระทบ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหา ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสื่อออนไลน์ (Zoom Meeting) มีข้อสรุปสำคัญดังนี้
  1. ไม่มีการสอนเรื่องการออกใบรับรองแพทย์ในโรงเรียนแพทย์ แพทย์ถูกสอนให้บอกความจริง เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดไว้
  2. ใบรับรองแพทย์ในปัจจุบันมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือใบรับรองสุขภาวะ และใบรับรองการเจ็บป่วย ซึ่งบางกรณีต้องออกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ มีปัญหาเรื่องจำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีน้อย
  3. มีการร้องขอจากสถานประกอบการ (โดยฝ่าย HR) ให้ตรวจสุขภาพผู้สมัครงาน ลูกจ้าง ซึ่งบางครั้งเกินความจำเป็น เป็นปัญหาความรู้ ความเข้าใจ
  4. ใบรับรองแพทย์ทั่วไปที่ใช้สำหรับประกอบการสมัครงาน การสมัครเรียน การเข้ารับราชการหรือเข้ารับตำแหน่งต่างๆ เป็นต้น เป็นแบบฟอร์มที่แพทยสภาจัดทำขึ้น เพื่อเป็นแนวทางให้แพทย์ใช้ ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นข้อมูลที่ผู้ขอออกใบรับรองแพทย์กรอก ส่วนที่ 2 เป็นความเห็นแพทย์ ซึ่งปัจจุบันทั้งสองส่วนนี้จะถูกส่งออกไปในนาม “ใบรับรองแพทย์” ซึ่งอาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็นและส่งผลกระทบต่อผู้ขอออกใบรับรองแพทย์
  5. มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกใบรับรองแพทย์หลายฉบับ อาทิ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพานิช พ.ร.บ. ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น
  6.  ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา
  •           ทบทวนแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ โดยต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทยสภากระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และโรงพยาบาลเอกชน เป็นต้น ให้เก็บส่วนที่ 1 ไว้ในเวชระเบียน ใบรับรองแพทย์ที่นำไปใช้จะมีเฉพาะส่วนที่ 2 เท่านั้นโดยศึกษากรณีตัวอย่างใบรับรองแพทย์ของประเทศสิงคโปร์และอังกฤษ แพทย์จะระบุเพียงว่าสามารถทำงานได้หรือไม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงในรายละเอียด เพื่อเป็นการคุ้มครองข้อมูลของคนไข้ ให้แพทยสภาและโรงเรียนแพทย์จัดทำคู่มือเป็นแนวทางสำหรับแพทย์ให้ชัดเจน เพื่อจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการออกใบรับรองแพทย์ ปรับกรอบความคิดของแพทย์ที่ต้องคำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย เรื่องการรักษาความลับ การเรียนรู้เรื่องของกฎหมายเพิ่มเติม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเรื่องหลักความยินยอม ต้องให้ข้อมูลก่อนเขาตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ลายเซ็นเพียงอย่างเดียว ต้องดูวัตถุประสงค์ของการขอใบรับรองแพทย์ ควรนำระบบมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (Hospital Accreditation : HA) มาใช้ในการปฏิบัติงานของโรงพยาบาล ว่าไม่ต้องตรวจเรื่องที่ไม่สมควรตรวจ เช่น HIV
  •  
  •           ในการเสวนาครั้งนี้มีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแลกเปลี่ยน ประกอบด้วย แพทย์หญิงจินต์จุฑา ภานุมาสวิวัฒน์ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รศ. คณาธิป ทองรวีวงศ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต นางสาวจันทิมา ธนาสว่างกุล อัยการอาวุโส สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด ผศ.นพ. ต่อพล วัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา  ผศ.ดร. ตามพงศ์ ชอบอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง  ผศ. ศุภวัชร์  มาลานนท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
           ทั้งนี้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดในเวทีเสวนาครั้งนี้ กสม. จะนำมาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะไปยังรัฐสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
เลื่อนขึ้นด้านบน