กสม. สุชาติ ร่วมการประชุมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสามัญครั้งที่ 21 ของคณะกรรมาธิการอิสระถาวรด้านสิทธิมนุษยชนของ OIC

21/05/2566 148
           เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 เวลา 9.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ  เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมในพิธีเปิดการประชุมสามัญครั้งที่ 21 ของคณะกรรมาธิการอิสระถาวรด้านสิทธิมนุษยชน (Independent Permanent Human Rights Commission – IPHRC) ขององค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation - OIC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 พฤษภาคม 2566  ณ สำนักงานใหญ่ IPHRC เมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยมีผู้แทนสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (NHRIs) จากประเทศสมาชิก OIC และประเทศผู้สังเกตการณ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักเลขาธิการ OIC เข้าร่วมการประชุม
           ในการนี้ เลขาธิการ OIC และประธาน OIC-IPHRC  ได้กล่าวคำปราศรัยในพิธีเปิดงาน หลังจากนั้นมีการอภิปรายและแลกเปลี่ยนในหัวข้อ ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน: กรอบกฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติสำหรับประเทศ OIC โดยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวถ้อยแถลงประการต่าง ๆ ดังนี้ ประการแรก ได้กล่าวถึงมุมมองของประเทศไทยที่เห็นถึงความสอดคล้องระหว่างหลักธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และหลักมาตรฐานของการดำเนินธุรกิจฮาลาล ซึ่งเป็นเรื่องการยกระดับธรรมาภิบาล และการนำหลักคุณธรรมจริยธรรมมาประยุกต์ใช้ในห่วงโซ่อุปทานของการดำเนินธุรกิจอันจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายสำหรับสมาชิก OIC ในการสนับสนุนประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกให้เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญในการบูรณาการหลักการทั้งสองไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
           ประการที่สอง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวถึงแนวนโยบายและแผนปฏิบัติการของกลุ่มประเทศ OIC ในด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลก จึงหวังว่าทาง OIC จะได้ให้ความสำคัญกับประเทศต่าง ๆ นอกสมาชิก OIC โดยเฉพาะประเทศที่มีมุสลิมเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ เพื่อจะช่วยส่งเสริมและพัฒนาหลักการธุรกิจฮาลาลที่ควบคู่กับการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนให้ออกไปอย่างกว้างขวาง 
           ประการที่สาม การส่งเสริมให้มีการนำหลักธรรมคำสอนตามหลักการศาสนามาเชื่อมโยงกับหลักการสิทธิมนุษยชนจะทำให้มวลมนุษยชาติได้เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมความเชื่อและเห็นถึงคุณค่าและความสวยงามของหลักธรรมคำสอนทางศาสนาอันจะส่งผลต่อการลดมายาคติ ตลอดจนลดความขัดแย้งระหว่างศาสนาได้ 
           และประการสุดท้าย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเน้นย้ำว่า การประกอบธุรกิจข้ามชาติที่เป็นไปอย่างแพร่หลายในโลกไร้พรมแดนปัจจุบัน ยังคงเป็นประเด็นท้าทายที่ต้องการความร่วมมือกันอย่างจริงจังระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ เราจึงเชื่อมั่นว่าทาง OIC จะให้ความสำคัญในการพัฒนากรอบความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อให้การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามดินแดนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วรอบด้านในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
เลื่อนขึ้นด้านบน