กสม. สุภัทรา หารือแนวทางการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิของพนักงานบริการ (Sex Workers) เตรียมข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอในงานสมัชชาสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครั้งที่ 2

07/03/2566 160

วันนี้ 3 มีนาคม 2566 เวลา 10.30 น. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประชุมหารือเรื่องแนวทางการผลักดันประเด็นสิทธิของพนักงานบริการ (Sex Workers) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (Swing) ณ ห้องประชุม 705 ชั้น 7 สำนักงาน กสม.
พนักงานบริการเป็นอาชีพหนึ่ง (sex work is a work) ในสถานบริการเช่นเดียวกับพนักงานเสิร์ฟ พนักงานในสถานอาบอบนวด พนักงานเสริมสวย แต่งหน้า ทำผม และพนักงานต้อนรับในสถานบันเทิง เป็นประชากรกลุ่มเปราะบางที่ขาดหลักประกันในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในสถานบริการเป็นอย่างมาก เนื่องจากเข้าไม่ถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล และไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น ไม่ได้รับสิทธิได้รับเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง ไม่สามารถเข้าถึงเงินช่วยเหลือการว่างงานของกองทุนประกันสังคม และไม่สามารถเข้าถึงการชดเชยเยียวยาของรัฐผ่านระบบการประกันสังคมหรือกองทุนสงเคราะห์แรงงาน เนื่องจากมีกฎหมายระบุว่าเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ
เพื่อให้การคุ้มครองพนักงานบริการ ให้เข้าถึงสิทธิประกันสังคม สิทธิของแรงงาน ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงจะร่วมกับมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (Swing) และภาคีเครือข่าย ผลักดันให้รัฐดูแลพนักงานบริการหรือแรงงานในภาคบริการเหมือนกับแรงงานทั่วไป ให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายประกันสังคม รวมถึงการทบทวนว่ายังมีความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีอยู่อีกหรือไม่ เพราะเป็นกฎหมายที่ลงโทษพนักงานบริการ ไม่ได้คุ้มครองสิทธิแต่อย่างใด อีกทั้งขณะนี้มีความพยายามที่จะเสนอร่างกฎหมายใหม่คือ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองงานบริการทางเพศ พ.ศ. …. ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และร่างของพรรคก้าวไกล ซึ่งแนวคิดยังคงมุ่งให้มีการขึ้นทะเบียน จัดโซนนิ่ง ตอกย้ำอาชีพพนักงานบริการเป็นอาชีพพิเศษ แตกต่างจากแรงงานทั่วไป ตัวกฎหมายยังการตีตรา นำไปสู่การรังเกียจและเลือกปฏิบัติต่อพนักงานบริการ
ข้อสรุปที่ได้จากการหารือวันนี้คือ 1)การจัดเวทีระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประเด็นว่ายังจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับ Sex worker หรือไม่ อย่างไร 2)เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอแนะในการคุ้มครองสิทธิพนักงานบริการ และ 3) เวทีสัญจรรับฟังเสียงจากพนักงานบริการใน 4 ภูมิภาค เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น และกรุงเทพมหานคร ในระหว่างเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2566 เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากพนักงานบริการมาจัดทำร่างมติเพื่อเสนอในสมัชชาสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครั้งที่ 2
ทั้งนี้ การขจัดการเลือกปฏิบัติต่อพนักงานบริการเป็นหนึ่งในข้อย่อยในประเด็นการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญในภารกิจงานขับเคลื่อนของ กสม. ในเวทีสมัชชาสิทธิมนุษยชน เดือนสิงหาคม 2566 ด้วย

เลื่อนขึ้นด้านบน