กสม. สุภัทรา ตรวจเยี่ยมห้องควบคุมผู้ต้องขังประจำศาลอาญาและประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

16/02/2566 181

วันนี้ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 08.00-11.00 น. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายจุมพล ขุนอ่อน ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมห้องควบคุมผู้ต้องขังประจำศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร อันเนื่องมาจากมีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการค้นตัวผู้ต้องหาโดยให้ถอดเสื้อผ้าทั้งหมด ไม่มีห้องมิดชิด รวมทั้งการใช้เครื่องพันธนาการโดยไม่มีเหตุผลสมควรของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประจำศาลอาญา ภายหลังการตรวจเยี่ยมได้ประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ของศาลอาญา เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานหญิงกลางและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประจำศาลอาญา ณ ห้องประชุม 100 ปี กรมราชทัณฑ์ อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร ในประเด็นกฎหมายหรือระเบียบกฎเกณฑ์ แนวปฏิบัติในการตรวจค้น การนำส่งผู้ถูกควบคุมตัวไป-กลับศาล แนวปฏิบัติหรือข้อตกลงระหว่างเรือนจำกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง รวมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่
จากการตรวจเยี่ยมห้องควบคุมผู้ต้องขังประจำศาลอาญา ตั้งแต่ขั้นตอนการนำตัวผู้ต้องขังมาถึงศาล พบว่ามีแจ้งรายละเอียดการปฏิบัติตัวระหว่างอยู่ที่ศาล โดยเฉพาะที่ห้องพิจารณาคดี มีการตรวจค้นตัวโดยการสัมผัสภายนอก ให้อ้าปากและสลัดกางเกง ผู้ต้องขังชายบางคนไม่ได้รับอนุญาตให้ใส่กางเกงชั้นใน ขึ้นกับการปฏิบัติของแต่ละเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหาหญิงใส่ชุดชั้นในทุกคน มีการแยกเป็นห้องควบคุมผู้ต้องขังชายและหญิง รวมทั้งแยกผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างรอคำสั่งศาลให้ประกันตัว มีห้องน้ำแบบชักโครกอยู่ภายในเป็นสัดส่วน มีรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้เจ็บป่วย มีการใช้เครื่องพันธนาการเป็นกุญแจเท้ากับผู้ต้องขังชายทุกคน ส่วนผู้ต้องขังหญิงไม่มีการใช้เครื่องพันธนาการ ผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ โดยเตรียมมาจากเรือนจำ มีการอนุญาตให้ญาติเยี่ยมได้ สำหรับผู้ต้องขังจากเรือนจำจะให้เยี่ยมได้คนละประมาณ 10 – 15 นาที ผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์ แต่หากมีญาติมาเยี่ยมไม่มากก็จะยืดหยุ่นให้คุยได้นานเท่าที่ต้องการ ส่วนผู้ต้องหารอการประกันตัวญาติสามารถเยี่ยมและพูดคุยอย่างใกล้ชิดไม่ต้องผ่านโทรศัพท์ หากญาติประสงค์จะซื้ออาหารต้องสั่งซื้อจากร้านค้าสวัสดิการของราชทัณฑ์เท่านั้นโดยจะมีเจ้าหน้าที่นำส่งให้กับผู้ต้องขัง ส่วนการฝากเงินต้องไปฝากที่เรือนจำเท่านั้น สำหรับผู้ต้องขังรับใหม่(กรณีไม่ได้รับการประกันตัวหรือศาลมีหมายขัง) จะมีการตรวจสอบเอกสาร ลงรับตัวในสมุดรับตัว ตรวจร่างกายโดยการสัมผัสภายนอก พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำรายการทรัพย์สิน ก่อนนำส่งตัวพร้อมทรัพย์สินไปที่เรือนจำ
ทั้งนี้ คณะจะได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน