กสม. ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางแก้ไขปัญหาการพิจารณารับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

23/09/2566 231

          เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 08.30 น. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาววันรุ่ง แสนแก้ว ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สำนักงาน กสม. ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการและขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านหรือรับตัวเด็กไปยังครอบครัวอุปถัมภ์ครอบครัวใหม่ และกระบวนการพิจารณารับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ร่วมกับผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้อำนวยการบริหารสหทัยมูลนิธิ ผู้แทนมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย และผู้ร้อง ณ ห้องประชุม 704 สำนักงาน กสม. และการประชุมทางไกลในรูปแบบสื่อออนไลน์ (Zoom Meeting)
          นางสาวกอบกาญจน์ ตระกูลวารี ผู้อำนวยการบริหารสหทัยมูลนิธิ ให้ข้อมูลว่า สหทัยมูลนิธิเป็นหน่วยงานที่ดูแลเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์ เนื่องจากไม่มีสถานสงเคราะห์ จึงใช้วิธีการเลี้ยงดูเด็กแบบฝากเด็กไว้กับครอบครัวอุปถัมภ์หรือครอบครัวอุปการะ เพื่อช่วยเลี้ยงดูเด็กระหว่างการหาครอบครัวทดแทนหรือครอบครัวบุญธรรมให้กับเด็ก กรณีการเปลี่ยนผ่านหรือส่งตัวเด็กจากครอบครัวอุปถัมภ์เดิมไปยังครอบครัวอุปถัมภ์ครอบครัวใหม่ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ครอบครัวอุปถัมภ์ประสบปัญหาด้านสุขภาพซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูเด็ก หรือส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวมของเด็ก ทั้งนี้ จะดำเนินการเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก โดยพิจารณาจากพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจ
          นางศิริรัตน์ กาญจน์กำธร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานครอบครัวอุปถัมภ์ว่า เพื่อการจัดบริการครอบครัวทดแทนชั่วคราวให้กับเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม เช่น เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ เด็กที่บิดามารดาไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยสาเหตุ ถูกจำคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ รวมถึงเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในครอบครัวหรือชุมชนอยู่ก่อนแล้ว เช่น อยู่กับเครือญาติ บุคคลอื่น ผู้รับจ้างเลี้ยง ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตกับเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเข้าสู่สถานรองรับเด็ก เมื่อมีผู้แสดงความประสงค์เป็นครอบครัวอุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาคุณสมบัติและความพร้อมของผู้ขอ โดยพิจารณาจากพยานเอกสาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมที่อยู่อาศัย สอบสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก ประเมินสภาพความเหมาะสมของผู้ยื่นคำขอ เมื่อพิจารณาเห็นชอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอแล้ว ศูนย์ฯ จะมีงบประมาณอุดหนุนในการเลี้ยงดูเด็กให้กับครอบครัวอุปถัมภ์ เดือนละ 2,000 บาท พร้อมกับสิ่งจำเป็น เช่น นม เสื้อผ้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีนักพัฒนาการติดตามความเป็นอยู่ของเด็กและประเมินพัฒนาการเด็กปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้เด็กได้เติบโตอย่างสมบูรณ์
          นอกจากนั้น นางศิริรัตน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับขั้นตอนการยื่นคำขอและการพิจารณาคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
          (1) กรณีเด็กอยู่ในความปกครองดูแลของสถานสงเคราะห์หรือมูลนิธิ ให้ผู้แสดงความประสงค์รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนเพื่อพิจารณา ศูนย์ฯ จะส่งต่อข้อมูลไปยังสถานสงเคราะห์หรือมูลนิธิที่มีอำนาจปกครองเด็กตามกฎหมาย เพื่อให้ความเห็นเบื้องต้นว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ เช่น อายุมาก สุขภาพไม่แข็งแรง มีภาวะไม่สามารถพรากจากเด็กได้ และไม่พร้อมทำหน้าที่ในการเลี้ยงดูเด็ก
          (2) กรณีเด็กอยู่ในความดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้แสดงความประสงค์รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างประเทศ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ในต่างจังหวัดให้ยื่นคำขอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
          กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นชาวต่างชาติจะมีกระบวนการส่งประวัติของเด็กไปยังสำนักงานกลางของแต่ละประเทศเพื่อพิจารณา และส่งให้กับผู้ยื่นคำขอ และภายหลังผู้ยื่นความประสงค์ได้ตอบรับเด็กแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องส่ง Welcome album หรือ รูปภาพหรือภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของผู้ยื่นคำขอ เช่น สภาพที่อยู่อาศัย จำนวนสมาชิกในครอบครัว สัตว์เลี้ยง และอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก โดยการลงพื้นที่ไปพบครอบครัวอุปถัมภ์เด็กเพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลข้อเท็จจริงของผู้ยื่นคำขอ และหากผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนาในต่างประเทศและบิดามารดาของเด็กเสียชีวิตแล้ว เมื่อคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้พิจารณาเห็นชอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องร้องขอต่อศาลไทยเพื่อขอให้ศาลสั่งแสดงความยินยอมแทนบิดามารดาเด็ก เมื่อดำเนินการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย จึงสามารถทดลองเลี้ยงดูเด็ก 6 เดือน เพื่อพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมในการเลี้ยงดูเด็ก
          ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. จะรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ มาประกอบการพิจารณาจัดทำรายงานผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน