ประธาน กสม. เข้าร่วมการประชุมประจำปีครั้งที่ 28 และการประชุมใหญ่ของ APF ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

24/09/2566 244

          ระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน 2566 ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรประไพ  กาญจนรินทร์ และคณะ เข้าร่วมการประชุมประจำปีของเครือข่ายสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Forum of National Human Rights Institutions: APF) ครั้งที่ 28 และการประชุมใหญ่ของ APF ณ ศูนย์ประชุม Vigyan Bhawan กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยมีรายละเอียดดังนี้

          วันที่ 20 กันยายน 2566 ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ประธาน กสม.) และคณะเข้าร่วมการประชุมประจำปีของเครือข่ายสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Forum of National Human Rights Institutions: APF) ครั้งที่ 28 โดยมีประธานาธิบดีของประเทศอินเดีย เทราปที  มุรมู เป็นผู้กล่าวเปิดการประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการ APF ในการสนับสนุนให้สถาบันที่เป็นสมาชิกทำหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมความรู้และทักษะของบุคลากร และการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของ APF นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรองรายงานทางการเงินของ APF และได้เลือกให้ประธาน กสม. จอร์แดน เป็นคณะกรรมการบริหาร APF ในตำแหน่งที่ยังว่างอยู่

          ต่อมา วันที่ 21 กันยายน 2566 ประธาน กสม. และคณะได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ของ APF ภายใต้หัวข้อ “การฉลองครบรอบ 30 ปีของหลักการปารีสและครบรอบ 75 ปีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” ซึ่งมีหน่วยงานของสหประชาชาติ สถานทูต หน่วยงานภาครัฐของอินเดีย และองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมด้วย โอกาสนี้ ประธาน กสม. ได้ร่วมกล่าวในหัวข้อ “การขับเคลื่อนปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเพื่อเสรีภาพ ความเสมอภาค และความยุติธรรมสำหรับทุกคน” โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 การขับเคลื่อนสิทธิตามปฏิญญาสากลสิทธิมนุษยชนใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) สิทธิในกระบวนการยุติธรรม (2) สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม (3) การแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล (4) การขจัดการเลือกปฏิบัติ และ (5) การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนผ่านสมัชชาสิทธิมนุษยชนและการสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนผ่านสื่อในช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนในสังคมตามนโยบายของ กสม. ชุดปัจจุบัน นอกจากนี้ ประธาน กสม. ได้อธิบายเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น การดูแลกลุ่มประชากรที่โยกย้ายถิ่นฐานจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีพรมแดนติดต่อกับเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่เดินทางข้ามมายังประเทศไทยด้วยวัตถุประสงค์ต่าง ๆ กัน เช่น การทำงาน และการรักษาพยาบาล เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม

          ทั้งนี้ ในช่วงสุดท้ายของการประชุมใหญ่ APF ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เดลี  (Delhi Declaration) ที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเน้นย้ำถึงความสำคัญของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน การจัดการกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสิทธิมนุษยชน รวมถึงความมุ่งมั่นของสมาชิก APF ที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

เลื่อนขึ้นด้านบน