กสม. ร่วมรายการเสวนาฟังเสียงประเทศไทย : คลองโยงกับโครงการพัฒนา

25/09/2566 237

          เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 นางปรีดา  คงแป้น และนางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นวิทยากรในรายการฟังเสียงประเทศไทย ประเด็น “คลองโยงกับโครงการพัฒนา” ร่วมกับนายประเชิญ  คนเทศ ที่ปรึกษาคณะกรรมการผังเมืองรวมจังหวัดนครปฐม และรองศาสตราจารย์ ดร.ประภาส  ปิ่นตบแต่ง นักวิจัยพันธมิตร สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ โรงเรียนบ้านคลองสว่างอารมณ์ ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีการไลฟ์สดผ่าน Facebook เพจนักข่าวพลเมือง และออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
 
          โดยการเสวนาดังกล่าว สรุปได้ดังนี้ การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบท มีแผนดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อถนนนครอินทร์ ศาลายา จังหวัดนนทบุรีและนครปฐม เป็นโครงการตัดถนนแนวใหม่ขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร งบประมาณ 4,432 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทางถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครปฐม เสริมประสิทธิภาพเส้นทางคมนาคมพร้อมแก้ไขเส้นทางติดขัดพื้นที่โซนตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งพาดผ่านพื้นที่โฉนดชุมชนของชาวบ้านสหกรณ์บ้านคลองโยง อันเป็นสหกรณ์ที่มีการจัดการโฉนดชุมชนแห่งแรกของประเทศไทยที่สมบูรณ์แบบ และในผังเมืองรวมจังหวัดนครปฐมได้กำหนดให้พื้นที่โฉนดชุมชนสหกรณ์บ้านคลองโยงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและการเกษตรกรรม (พื้นที่ขาวทแยงเขียว) หมายถึง พื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ และพบว่ามีอากาศที่สะอาดในพื้นที่แห่งนี้ด้วย อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตอาหารเกษตรอินทรีย์ส่งจำหน่ายใน กทม.และจังหวัดใกล้เคียง เป็นพื้นที่รับน้ำหลากเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร
 
          นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียต่อโครงการพัฒนาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการของภาครัฐหรือภาคเอกชนว่า เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เนื่องจากเจ้าของโครงการไม่มองผลกระทบของโครงการในภาพรวมที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน ชุมชน และสังคม และไม่มีนโยบายของรัฐหรือกฎหมายกำหนดให้การออกแบบโครงการพัฒนาต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่ของจังหวัด กลุ่มจังหวัด และหลักเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) อนึ่ง ในประเด็นสิทธิการมีส่วนร่วมและสิทธิชุมชนต้องคำนึงถึง ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรกและรัฐต้องดูแลมิให้ผู้ได้รับผลกระทบถูกละเมิดสิทธิ กรณีโครงการก่อสร้างถนนที่พาดผ่านพื้นที่โฉนดชุมชนสหกรณ์บ้านคลองโยง ต้องพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของโครงการโดยมีข้อมูลประกอบที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญจำเป็นของการตัดถนนดังกล่าว ความคุ้มค่าของงบประมาณ ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่จังหวัด กลุ่มจังหวัด และผลกระทบด้านภูมิสังคมของชุมชน ที่ส่งผลให้วิถีชีวิตของชุมชนและสังคมรายรอบเปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ดังนั้น ในรายงานการศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างถนนแห่งนี้จำเป็นต้องมีข้อมูลองค์ความรู้จากชุมชนและนักวิชาการ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของชุมชน ความอุดมสมบูรณ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ผลกระทบด้านภูมิสังคมและมาตรการการแก้ไขเยียวยาผลกระทบดังกล่าว
 
          นางปรีดา  คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงหลักสิทธิชุมชนให้ความสำคัญของพื้นที่นำร่องของโฉนดชุมชนซึ่งเป็นต้นแบบที่ภาคประชาชนเสนอและเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการถือครองที่ดินที่กระจุกตัวอยู่ที่คนส่วนน้อยประมาณร้อยละ 10 - 20 ซึ่งรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการกระจายที่ดิน และการกระจายการถือครองที่ดิน

เลื่อนขึ้นด้านบน