กสม. สุภัทรา เป็นวิทยากรการเสวนาเรื่อง สิทธิเด็กไทยกับความปลอดภัยทางถนน .

30/09/2566 229

          เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2566 เวลา 09.00-13.30 น. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นวิทยากรเสวนาในหัวข้อ รถรับ -ส่ง นักเรียน และหลักประกันความปลอดภัยทางถนน ในการเสวนาเรื่อง สิทธิเด็กไทยกับความปลอดภัยทางถนน จัดโดย คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา ณ อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา)

          ซึ่งกล่าวเปิดการเสวนาโดย นายสมชาย  แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค และปาฐกถาพิเศษเรื่อง สิทธิและความปลอดภัยทางถนน โดย นายสุรชัย  เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โดยช่วงแรกเป็นการเสวนา หัวข้อ กลไกการคุ้มครองเด็กกับความปลอดภัยทางถนน วิทยากรประกอบด้วย นายนิกร  จำนง ประธานมูลนิธิประชาปลอดภัยและผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา นายอัรฟาน  ดอเลาะ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นางสาวอรพินท์  ศักดิ์เอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเด็ก กรมกิจการเด็กและเยาวชน และนายธนันท์ชัย  เมฆประเสริฐวนิช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ดำเนินรายการโดย นายแพทย์ธนะพงศ์  จินวงษ์

        ช่วงที่สอง เสวนาหัวข้อ รถรับ - ส่ง นักเรียนและหลักประกันความปลอดภัยทางถนน วิทยากรประกอบด้วย นางสาวสารี  อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายฐิติพัฒน์  ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก และนายศุภสิน  ภูศรีโสม ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินรายการโดย นายแพทย์อนุชา  เศรษฐเสถียร และสรุปสาระสำคัญการเสวนาเรื่องสิทธิเด็กไทยกับความปลอดภัยทางถนน โดย นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย

          ประเด็นสำคัญของการเสวนาครั้งนี้ เนื่องด้วยองค์การสหประชาชาติกำหนดให้ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน ผ่านมาตรการ 5 เสาหลัก ดังนี้ 1) ด้านบริหารจัดการ 2) ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางถนน 3) ด้านยานพาหนะปลอดภัย 4) ด้านผู้ใช้รถใช้ถนน และ 5) ด้านการรักษาและเยียวยาหลังเกิดเหตุ ในช่วงนั้นประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปีละประมาณ 25,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กร้อยละ 20 สิ้นปี 2563 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเหลือปีละประมาณ 17,000 คน ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนรอบที่ 2 โดยตั้งเป้าจะลดการเสียชีวิตลงให้เหลือ 8,500 คนต่อปี ซึ่งการดำเนินการให้บรรลุผลมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรอิสระ 

          ในขณะที่แนวโน้มเด็กเกิดใหม่ลดลง จึงต้องทะนุถนอมเด็กไม่ให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และพบว่าร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีเด็กไม่ถึงร้อยละ 20 ที่ใส่หมวกกันน็อก ในจำนวนนี้ร้อยละ 50 เกิดจากการดื่มแล้วขับ ซึ่งมีเด็กจำนวนไม่น้อยอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้ขับขี่ และส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ สาเหตุที่เด็กและเยาวชนต้องใช้รถจักรยานยนต์เนื่องจากขาดแคลนรถรับส่งนักเรียนและขนส่งสาธารณะ นอกจากนั้นพบปัญหามาตรฐานความปลอดภัยของรถนักเรียน ข้อมูลในปี 2565 มีอุบัติเหตุรถนักเรียน 30 ครั้ง และในปี 2566 ช่วงระยะ 9 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุแล้วถึง 27 ครั้ง จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ สะท้อนถึงมาตรการในการควบคุมป้องกันอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดกับเด็กและเยาวชนยังมีข้อจำกัดอยู่มากในทุกด้าน ข้อเสนอสำคัญจากเวทีเสวนา มีดังนี้
   1) สนับสนุนให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนในราคาประหยัด
   2) ผลักดันให้มีงบประมาณในการจัดหารถนักเรียนที่มีมาตรฐานความปลอดภัย อย่างน้อย 20,000 คัน ภายในปี 2573 รวมถึงระบบการบูรณาการและการบริหารจัดการทุกมิติ 
   3) ผลักดันให้มีทางเดินและทางม้าลายปลอดภัยให้เด็กนักเรียนรวมทั้งสัญญาณไฟจราจรหน้าโรงเรียน
   4) สนับสนุนให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม
   5) ควรมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการจัดการกับความปลอดภัยของนักเรียน
   6) ให้คณะกรรมการคุ้มครองเด็กในกรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค ทำงานร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนเด็กและเยาวชน ระดับจังหวัด เพื่อเป็นกลไกในการสร้างความปลอดภัยทางถนนสำหรับเด็กและเยาวชน และนำสถานการณ์เด็กที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนนในกรณีที่มีการเสียชีวิต หรือเหตุการณ์ที่สังคมให้ความสนใจ มาสืบค้น วิเคราะห์ ติดตาม พร้อมกำหนดแนวทางส่งเสริมป้องกันร่วมกับภาคีต่าง ๆ และให้กลไกสภาเด็กและเยาวชน มีวาระเรื่องความปลอดภัยทางถนนของกลุ่มเด็กและเยาวชน และสนับสนุนให้กลไกสภาเด็กทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เข้ามาทำงานร่วมกับภาคีต่าง ๆ
   7) เร่งรัดให้ทำใบอนุญาตขับขี่ในกลุ่มเยาวชนที่อายุมากกว่า 15 ปี และมีตัวชี้วัดกำกับติดตามที่ชัดเจน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ขับขี่ปลอดภัยและยกระดับการทำใบอนุญาตขับขี่ที่มีคุณภาพเป็นขั้นตอน หรือ Graduate Licensing system
   8) สนับสนุนการทำงานร่วมกันของกลไกต่าง ๆ ในระดับพื้นที่ในด้านความปลอดภัยทางถนนของเด็กและเยาวชน ได้แก่ เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการหรือเลขานุการร่วมของคณะอนุกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน และสนับสนุนงบกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้กับคณะอนุกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชนที่มีความพร้อม รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณกับเครือข่ายที่ทำงานด้านความปลอดภัยในเด็กและเยาวชน เช่น สภาเด็กและเยาวชนฯ สถาบันยุวทัศน์
   9) ปฏิรูป จัดระเบียบ บูรณาการ และยกระดับรถนักเรียน รถรับส่งนักเรียน ทั้งระบบให้ได้มาตรฐานปลอดภัยและเหมาะสมกับสถานการณ์
   10) ทบทวนและพัฒนาหลักสูตรด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้เด็กไทยมีวินัยจราจร มีความรอบรู้ ทักษะการคิด การคาดการณ์ความเสี่ยง และทักษะในการปฏิบัติ
   11) กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดและการติดตามประเมินผลในด้านความปลอดภัยทางถนนที่สำคัญ เช่น ผลสัมฤทธิ์ในด้านการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน ได้แก่ ทักษะในการคาดการณ์ความเสี่ยง ทักษะและพฤติกรรมความปลอดภัยพื้นฐาน การสวมหมวกนิรภัย และส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทาง เพื่อลดการใช้จักรยานยนต์ของเด็กนักเรียน เช่น การส่งเสริม “รถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย” และความปลอดภัยในการเดินทางกับกิจกรรมของสถานศึกษา เช่น การไปทัศนศึกษา
   12) จัดตั้งศูนย์ข้อมูลความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรวบรวมข้อมูล “เชิงรุก” ในด้านเส้นทางการเดินทาง การใช้จักรยานยนต์มาโรงเรียน รถรับส่งนักเรียน ตลอดจนความเสี่ยง ณ สถานศึกษา เช่น ทางม้าลาย จุดรับส่งนักเรียน เพื่อนำมาประกอบการวางแนวทางปรับปรุงป้องกันเหตุ และรวบรวมข้อมูล “เชิงรับ” กรณีเกิดอุบัติเหตุกับนักเรียนในสถานศึกษาหรือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำมาวิเคราะห์สาเหตุและสถานการณ์ภาพรวมของปัญหา พร้อมทั้งนำปัจจัย สาเหตุสำคัญไปวางแผนร่วมกับคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (คณะกรรมการ ศปถ.) อำเภอ และคณะกรรมการ ศปถ.จังหวัด เพื่อจัดการป้องกันความเสี่ยงต่อไป
   13) จัดระบบการประสานงาน บูรณาการ และการกำกับติดตามทุกโรงเรียนในสังกัด ให้ดำเนินการทั้งการเรียนการสอน และการเดินทางของนักเรียนตามระเบียบ
   14) มีการกำกับติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ

          ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมกับ คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา จะทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังกล่าว ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะเดินทางไปประชุมสัญจรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน