ตามที่มีบุคคลและองค์กรต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตต่อแถลงการณ์ของ กสม. เรื่อง ขอให้ทุกฝ่ายในการชุมนุมยึดหลักสิทธิมนุษยชนและใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ว่า แถลงการณ์ดังกล่าวมิได้สนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่กลับมีเนื้อหาที่สามารถนำไปสู่การลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของผู้เข้าร่วมการชุมนุม กสม.ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการปารีส ขาดความเป็นอิสระ และสนับสนุนรัฐบาล แทนที่จะทำหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้เข้าร่วมการชุมนุม เป็นต้น โดยได้มีองค์กรเอกชน 2 แห่ง คือ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และเครือข่ายองค์กรเอกชนในภูมิภาคเอเชียด้านสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Asian NGOs Network on National Human Rights Institutions : ANNI) จัดทำเอกสารโต้แย้งและเผยแพร่ต่อสาธารณะทางสื่อออนไลน์ นั้น
กสม. พิจารณาแล้ว ขอทำความเห็นต่อการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวข้างต้น เพื่อความเข้าใจต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนที่ยังมีความเข้าใจ หรือการตีความที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้
1.กสม.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญกฎหมาย และพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี ทั้งนี้ นอกจากจะต้องมีความเป็นอิสระ และความเป็นกลาง (impartiality) ทางการเมืองแล้ว กสม.ยังมีบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับกลไกด้านสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ ของระบบสหประชาชาติ อาทิ คณะกรรมการประจำสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน และกลไกของสถาบันสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอื่น ๆ อาทิ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสมาชิกสภายุโรป ดังนั้น ข้อโต้แย้งที่ประสงค์ให้ กสม. มีแถลงการณ์สนับสนุนการใช้สิทธิและเสรีภาพของผู้ชุมนุมที่เป็นการเรียกร้องทางการเมืองซึ่งเป็นข้อขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือองค์กรโดยยังมิได้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น น่าจะเป็นการทำให้ กสม. ดำเนินการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมทั้งขัดต่อหลักความเป็นกลาง อีกทั้งแถลงการณ์ของ กสม. มิได้มีวัตถุประสงค์ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำสาระบางส่วนไปตีความในทางที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และพันธกรณีระหว่างประเทศ หรือสนับสนุน หรือคัดค้านฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการชุมนุมทางการเมือง ส่วนข้อเท็จจริงของแถลงการณ์ก็สิ้นสุดลง ณ เที่ยงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เท่านั้น หลังจากนั้นอยู่ในระหว่างที่ กสม.กำลังพิจารณาหยิบยกเรื่องขึ้นมาตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วออกรายงานผลการตรวจสอบแจ้งให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป
2. ในการชุมนุมเพื่อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ข้อเรียกร้องพึงมีความชัดเจน มีเหตุผล และไม่ผูกขาดความถูกต้อง น่าจะเป็นหลักการสำคัญเพื่อนำไปสู่การเจรจาต่อรองจนมีข้อยุติร่วมกันทั้งสองฝ่าย หากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหยุดคุกคามประชาชน แต่ไม่ได้ระบุว่า คุกคามในกรณีใด หรือเรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ไม่รู้ว่า เค้าโครงของรัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างไร ใครเป็นผู้ร่าง สามารถกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ อย่างไร หากสภาร่างรัฐธรรมนูญร่างเสร็จแล้ว ผู้เรียกร้องจะยอมรับได้หรือไม่ หรือข้อโต้แย้งที่เห็นว่า การผูกขาดความถูกต้องเป็นธรรมชาติของการชุมนุมนั้น จะมีการเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อยุติในอนาคตได้อย่างไร
3. ตามปฏิญญาเวียนนาและแผนปฏิบัติการ (Vienna Declaration and Programme of Action) ซึ่งสหประชาชาติให้การรับรองในปี ค.ศ. 1993 ข้อ 5 เรื่องสิทธิมนุษยชน ต้องคำนึงถึงความสำคัญลักษณะเฉพาะของประเทศและภูมิภาค และภูมิหลังประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนาที่หลากหลายด้วย และตามปฏิญญาว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งสันติภาพและแผนปฏิบัติการซึ่งสมัชชาสหประชาชาติได้รับรอง ในปี ค.ศ. 1999 สนับสนุนให้ยึดมั่นในหลักขันติธรรม ความสมานฉันท์ ความร่วมมือ พหุนิยม ความหลากหลายทางวัฒนธรรม การเจรจา และความเข้าใจระหว่างกันในทุกระดับของสังคมและระหว่างชาติต่าง ๆ ด้วย สอดคล้องกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ. 2560 มาตรา 25 วรรคสองที่ว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามและบริบทของสังคมไทยเป็นสำคัญด้วย แถลงการณ์ของ กสม. ข้อ 6 วรรคสองจึงระบุว่า ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาจัดให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ในการแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย
4. รัฐธรรมนูญ 2560 ของไทยมีข้อจำกัดในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ (มาตรา 34 และมาตรา 44) สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ไทยเป็นภาคี (ข้อ 4,18 และ19) ข้อโต้แย้งแถลงการณ์ของ กสม. ที่อ้างคำพิพากษาของศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปในบางคดี เพื่อนำมาเทียบเคียงหรือใช้ในการตีความเป็นการทั่วไปในการรับรองการใช้สิทธิและเสรีภาพตาม ICCPR ในกรณีการชุมนุมในประเทศไทยที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน และไม่ใช่คดีที่อยู่ในศาลไทยนั้น กสม. เห็นว่า มีข้อที่ควรคำนึงถึงหลักแห่งที่มาของกฎหมายระหว่างประเทศ (Sources of International Law) ว่าคำพิพากษาของศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปถูกจัดอยู่ในลำดับสำคัญรอง (secondary authority/ subsidiary) จากสนธิสัญญา จารีตประเพณีระหว่างประเทศ และหลักกฎหมายทั่วไป ดังนั้น จึงควรพิจารณาจากบทบัญญัติตาม ICCPR อันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับรัฐภาคีที่จะปฏิบัติตามเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ICCPR มีสาระสำคัญบางประการที่แตกต่างจากอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน (Convention for the Protection of Human rights and Fundamental Freedoms) ที่ใช้บังคับเฉพาะกับรัฐสมาชิกของสภายุโรปและศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปในการพิจารณาคดี เช่น บทบัญญัติเกี่ยวกับหลักขอบเขตแห่งการใช้ดุลพินิจ (Margin of appreciation) โดยศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปจะพิจารณารายละเอียดในข้อเท็จจริงแห่งคดี ทั้งจากการชี้แจงของผู้ร้องและรัฐคู่กรณีประกอบเป็นสำคัญ ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงแต่ละคดีแตกต่างกัน ก็ย่อมทำให้คำพิพากษาในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในเรื่องเดียวกันนั้น แตกต่างกันได้ เช่น คดี Handyside v. United Kingdom ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปได้นำหลักขอบเขตแห่งการใช้ดุลพินิจมาใช้ โดยตัดสินว่าอังกฤษไม่ละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยให้เหตุผลว่า เป็นไปได้ยากที่กฎหมายภายในของรัฐภาคีจะมีลักษณะเป็นเอกภาพกันในแนวคิดด้านศีลธรรม แนวคิดและมุมมองดังกล่าวแตกต่างกันไปตามกฎหมายภายใน ดังนั้น ศาลของรัฐภาคีจึงอยู่ในฐานะที่ดีกว่าศาลระดับระหว่างประเทศในการพิจารณาประเด็นเชิงเนื้อหา (content) ที่พิพาท รวมทั้งประเด็นความจำเป็น (necessity)
5. ส่วนข้อโต้แย้งคำแถลงการณ์ของ กสม. ที่ว่า ข้อเสนอในการให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมเคารพกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กสม. มิได้ตระหนักว่ากฎหมายบางฉบับ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือข้อกล่าวหาของการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ในการยุยงปลุกปั่น (sedition) ถูกนำมาใช้เพื่อปิดปาก (silence) นักปกป้องสิทธิมนุษยชน (human rights defenders) นั้น กสม. เห็นว่า แถลงการณ์ของ กสม. เพียงแต่ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น หาได้หมายถึงกฎหมายต่าง ๆ ที่โต้แย้งมา อนึ่ง หากในชั้นตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กสม. ย่อมต้องพิจารณาปัญหาการกระทำที่เป็นการปิดปากนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อันเป็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ เว้นแต่เป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลแล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ. 2560 มาตรา 39 (1)
จึงแจ้งมาเพื่อทราบทั่วกัน
ตามเอกสารแนบ
เกี่ยวกับเรา
ย้อนกลับ
คณะกรรมการ
ประวัติความเป็นมา
หน้าที่และอำนาจ
ประวัติคณะกรรมการ
เป้าประสงค์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์และนโยบาย
ย้อนกลับ
สำนักงาน
ประวัติความเป็นมา
โครงสร้างหน่วยงาน
ผู้บริหาร
ค่านิยมองค์กร
การจัดการความรู้ในองค์กร (KM)
แผน/ผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ
มาตรฐานทางจริยธรรม
หน่วยตรวจสอบภายใน
ตราสัญลักษณ์และความหมาย
ย้อนกลับ
การประกาศนโยบาย
นโยบายเว็บไซต์
นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายคุกกี้
เงื่อนไขการใช้บริการ
ย้อนกลับ
เกี่ยวกับเรา
ระบบงานภายในสำหรับเจ้าหน้าที่
คณะกรรมการ
สำนักงาน
การประกาศนโยบาย
คลังความรู้สิทธิมนุษยชน
ย้อนกลับ
สื่อประชาสัมพันธ์
สื่อสิ่งพิมพ์สำนักงาน กสม.
มุมมองสิทธิ์
เพลงเพื่อสิทธิมนุษยชน
สื่อวีดิทัศน์
สื่อวิทยุ
วารสาร
Infographic
Social Media
สื่อการเรียนรู้
สื่ออื่น ๆ
ย้อนกลับ
สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
หลักการเกี่ยวกับสถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (หลักการปารีส)
พันธกรณีระหว่างประเทศ
แนวปฏิบัติ มาตรฐานและกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
การประเมินสถานะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ย้อนกลับ
คลังความรู้สิทธิมนุษยชน
สื่อประชาสัมพันธ์
ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
สิทธิมนุษยชนศึกษา
คู่มือและแนวทางการปฏิบัติงานต่าง ๆ
ผลการศึกษา ผลงานวิจัย
การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน
ผลการดำเนินงาน
ย้อนกลับ
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทสรุปผู้บริหาร รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ย้อนกลับ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
บทสรุปผู้บริหารรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
แผนการจัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
ย้อนกลับ
ข้อมูลสถิติต่าง ๆ
สถิติเรื่องร้องเรียน
สถิติการขอรับบริการผ่านระบบยื่นเรื่องร้องออนไลน์ (E-Service)
ย้อนกลับ
รายงานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
รายงานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ/ผลการประชุมอื่นๆ
ย้อนกลับ
ผลการดำเนินงาน
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
รายงานผลการติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน
รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน
รางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่น
ข้อมูลสถิติต่าง ๆ
รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ข้อเสนอแนะ
มติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านบริหาร
สรุปผลการประชุม/สัมมนา/เวทีทางวิชาการ/ระดมความคิดเห็น/การฝึกอบรม
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
รายงานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ข้อเสนอแนะการกำหนดค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน
บริการประชาชน
ย้อนกลับ
แจ้งเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
แนะนำการร้องเรียน
แจ้งเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนออนไลน์
ติดตามเรื่องร้องเรียน
ผังการให้บริการรับเรื่องร้องเรียนและการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ย้อนกลับ
แจ้งข้อมูลอื่นๆ
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะและติชมการให้บริการ
แจ้งข้อมูลสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน
แจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม.
ย้อนกลับ
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ (ITA)
เว็บไซต์เพื่อการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ (ITA)
การส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส
การป้องกันการทุจริต
การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
ย้อนกลับ
บริการประชาชน
แจ้งเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
แจ้งข้อมูลอื่นๆ
บริการจดแจ้งองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนและสภาวิชาชีพ
ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ (ITA)
แบบฟอร์มออนไลน์
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ
กฎหมาย
ย้อนกลับ
ระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัติ และคำสั่งของ กสม.
ระเบียบ กสม.
ประกาศ กสม.
แนวปฏิบัติ กสม.
คำสั่ง กสม.
ย้อนกลับ
ระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัติและข้อบังคับของสำนักงาน กสม.
ระเบียบ สำนักงาน กสม.
ประกาศ สำนักงาน กสม.
แนวปฏิบัติ สำนักงาน กสม.
ข้อบังคับ สำนักงาน กสม.
ย้อนกลับ
กฎหมาย
ร่างกฎหมายที่เปิดรับฟังความคิดเห็น
การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
รัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติอื่น
ประมวลกฎหมาย
ประกาศองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
มาตรฐานและข้อกำหนดทางจริยธรรม
ระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัติ และคำสั่งของ กสม.
ประกาศ เรื่อง การขึ้นทะเบียนผู้ทรงคุณวุฒิ
ระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัติและข้อบังคับของสำนักงาน กสม.
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาพัสดุ
กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หนังสือรวมกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ข่าว
ย้อนกลับ
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
แผนการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างรายเดือน/รายไตรมาส
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างรายปี
พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และระเบียบ
หนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง
ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (GProcurement)
คู่มือ/แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ย้อนกลับ
ข่าว
ข่าว กสม. และเหตุการณ์สำคัญ
ข่าวสำนักงาน กสม.
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวสมัครงาน
ข่าวสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาค
ข่าวสารการพัฒนาองค์กรทีเกี่ยวข้องกับการประเมิน ITA
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
ย้อนกลับ
สำนักงาน กสม. (พื้นที่ภาค)
สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้
สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ย้อนกลับ
ติดต่อเรา
สำนักงาน กสม.
สำนักงาน กสม. (พื้นที่ภาค)
เว็บบอร์ด
สำนักงานพื้นที่ภาค
ย้อนกลับ
สำนักงานพื้นที่ภาค
เว็บไซต์ส่วนภูมิภาคภาคใต้
เว็บไซต์พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เว็บไซต์ส่วนภูมิภาคภาคเหนือ