กสม. ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ติดตามพัฒนาการสถานีตำรวจนำร่องในพื้นที่ หนุนการปฏิบัติงานตามหลักสิทธิมนุษยชนและการป้องกันการทรมาน

28/08/2569 66

            วันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2569 นางสาวปิติกาญจน์  สิทธิเดช และ ผศ.สุชาติ  เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. พ.ต.อ. วีร์พล ใหญ่อรุณ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน ณ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง (สภ.แม่ปิง) จังหวัดเชียงใหม่ และสถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรม (สภ.นิคมอุตสาหกรรม) จังหวัดลำพูน พร้อมประชุมสรุปผลร่วมกับผู้แทนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อขยายความร่วมมือ สนับสนุนการพัฒนาสถานีตำรวจในพื้นที่ และติดตามความเปลี่ยนแปลงภายหลังการสำรวจสถานีตำรวจทั้งสองแห่งเมื่อปี 2567

            การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อป้องกันการทรมานและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม พ.ศ. 2568–2570 โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มีสถานีตำรวจนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ สภ.แม่ปิง สภ.แม่แฝก สภ.นิคมอุตสาหกรรม สภ.บ้านธิ และ สภ.งาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถานีตำรวจนำร่องต้นแบบ 26 แห่งทั่วประเทศ

            ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ให้ความร่วมมือกับ กสม. ในการสำรวจสถานีตำรวจ การสนับสนุนการฝึกอบรม และการประสานติดตามการพัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน โดยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายของ ตร. กับการปฏิบัติงานในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและร่วมแก้ไขข้อจำกัดของสถานีตำรวจ

            ในการลงพื้นที่ คณะตรวจเยี่ยมได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจ อัตรากำลัง ภาระงาน และพัฒนาการของสถานี พร้อมทั้งสำรวจพื้นที่ให้บริการประชาชน ห้องสอบสวน และห้องควบคุมตัว รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจับกุม การตรวจค้น การแจ้งสิทธิ การดูแลผู้ถูกควบคุมตัว การบันทึกภาพและเสียงตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และระบบรับเรื่องร้องเรียน

            สำหรับ สภ.แม่ปิง พบว่า สถานีให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยใช้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เทคโนโลยี ระบบสายตรวจ และความร่วมมือกับชุมชน มีการประสานงานระหว่างฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวน จัดพนักงานสอบสวนหญิงสำหรับคดีที่มีความละเอียดอ่อน และมีระบบรับแจ้งความคดีออนไลน์เฉพาะด้าน คณะตรวจเยี่ยมมีข้อสังเกตให้ปรับปรุงพื้นที่สอบสวนและห้องน้ำภายในห้องควบคุมตัวให้คุ้มครองความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมทั้งพิจารณาใช้พื้นที่ด้านหลังสถานีเป็นเส้นทางหลักในการนำผู้ต้องหาเข้า-ออก เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการเปิดเผยตัวผู้ต้องหา

            ส่วน สภ.นิคมอุตสาหกรรม มีการปรับแนวทางปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อุตสาหกรรมซึ่งมีประชากรแฝงและแรงงานจำนวนมาก โดยใช้ข้อมูลความเสี่ยงในการจัดสายตรวจ ประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการและเครือข่ายในพื้นที่ มีห้องสอบสวนที่เป็นสัดส่วน และจัดระบบรับแจ้งความคดีออนไลน์อย่างชัดเจน คณะตรวจเยี่ยมเสนอให้จัดเจ้าหน้าที่หญิงเป็นผู้ตรวจค้นผู้ต้องหาหญิงโดยตรง จัดทำแบบประเมินสภาพร่างกาย จิตใจ และปัจจัยเสี่ยงก่อนนำเข้าสู่ห้องควบคุมตัว รวมทั้งจัดเส้นทางและพื้นที่รับตัว ตรวจค้น และควบคุมตัวให้ต่อเนื่องและปลอดภัยยิ่งขึ้น

            ทั้งสองสถานีมีช่องทางติดต่อและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหลายช่องทาง และให้ความสำคัญกับการบันทึกภาพและเสียงระหว่างการควบคุมตัวและการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยสร้างความโปร่งใส คุ้มครองทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ และลดความเสี่ยงต่อการทรมานหรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม

            ภายหลังการตรวจเยี่ยม คณะตรวจเยี่ยมได้ร่วมกันสรุปข้อค้นพบและพิจารณาประเด็นที่ควรได้รับการสนับสนุนทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จะประสานและสนับสนุนให้สถานีตำรวจนำร่องนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปปรับใช้ รวมทั้งติดตามผลและขยายแนวปฏิบัติที่ดีไปยังสถานีตำรวจอื่นในพื้นที่

            นางสาวปิติกาญจน์  สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันมิได้มุ่งค้นหาความผิด แต่เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อค้นหาจุดแข็ง ความเสี่ยง และข้อจำกัด ตลอดจนสนับสนุนให้สถานีตำรวจสามารถให้บริการประชาชนและดูแลผู้ถูกควบคุมตัวได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยความร่วมมือของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติและขยายผลการพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

            ทั้งนี้ กสม. จะนำข้อมูลและข้อเสนอจากการตรวจเยี่ยมไปขับเคลื่อนความร่วมมือกับ ตร. และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ในด้านมาตรฐานการปฏิบัติงาน การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การปรับปรุงโครงสร้างและเทคโนโลยี ตลอดจนการจัดทำคู่มือด้านสิทธิมนุษยชนและการป้องกันการทรมานสำหรับสถานีตำรวจต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน