กสม. ศยามล ร่วมเป็นวิทยากรเสวนาวิชาการเรื่อง “รัฐ-ทุน-ฝุ่น โครงสร้างอำนาจที่ทำให้ประเทศไทยหายใจไม่ออก: เวทีตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐาน OECD”

26/08/2569 47

            วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาวิชาการเรื่อง “รัฐ-ทุน-ฝุ่น โครงสร้างอำนาจที่ทำให้ประเทศไทยหายใจไม่ออก: เวทีตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐาน OECD” จัดโดยคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และ Fair Finance Thailand ณ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

            กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงประเด็นการประกอบธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเคารพสิทธิมนุษยชน กับการเปลี่ยนผ่านโดยอาศัยกฎหมายอากาศสะอาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับหลักสิทธิมนุษยชนหลายมิติ โดยเฉพาะสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งได้รับการรับรองโดยสมัชชาสหประชาชาติว่าการเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ดีต่อสุขภาพ และยั่งยืน เป็นสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งยกตัวอย่างการดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ยืนยันร่างกฎหมายอากาศสะอาดที่ค้างการพิจารณาในวุฒิสภา โดยเน้นย้ำหลักสิทธิมนุษยชนตลอดจนเหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่รัฐบาลไทยมีเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก

            นางสาวศยามลมีข้อสังเกตว่าร่างกฎหมายอากาศสะอาดควรมีสาระสำคัญ อาทิ กองทุนอากาศสะอาดเพื่ออุดหนุนงบประมาณการจัดการมลพิษทางอากาศ กลไกคณะกรรมการที่บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน หลักการ PRTR หรือข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษ หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย บทลงโทษผู้ก่อมลพิษที่ชัดเจน มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจที่ก่อมลพิษ ตลอดจนการสนับสนุนการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) เพื่อลดต้นทุนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมต่อร่างกฎหมายอากาศสะอาด ซึ่งกำหนดกลไกคณะกรรมการที่มีสัดส่วนผู้แทนภาคธุรกิจร่วมด้วย โดยเห็นว่าควรมีการออกแบบกลไกดังกล่าวให้เกิดความสมดุลและโปร่งใสระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม

            พร้อมกันนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอ 3 กลยุทธ์เพื่อผลักดันภาคธุรกิจให้ตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ได้แก่ (1) ความโปร่งใสในภาคสมัครใจ โดยพัฒนาระบบข้อมูลสิ่งแวดล้อมแบบเปิด (Open Data) ควบคู่กับการลดขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ (2) การปฏิรูปห่วงโซ่อุปทานเกษตรกรรม โดยพัฒนาระบบเกษตรกรรมแบบไม่เผา และระบบตรวจสอบความรับผิดชอบข้ามพรมแดน และ (3) การตั้งราคามลพิษและกลไกชุมชน โดยผสานกลไกการเงินที่นำต้นทุนมลพิษคำนวณรวมในงบลงทุน ควบคู่กับการจัดตั้งกลไกรับเรื่องร้องเรียนเพื่อเยียวยาผลกระทบในระดับชุมชนอย่างทันท่วงที

            นางสาวศยามล กล่าวทิ้งท้ายว่า กสม. จะติดตามความคืบหน้าในการพิจารณาร่างกฎหมายอากาศสะอาด สาระสำคัญของบทบัญญัติ รวมทั้งกลไกการบังคับใช้ในอนาคต เพื่อประเมินความสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และผลักดันการบูรณาการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศให้เกิดความรับผิดชอบในภาคธุรกิจต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน